บิ๊กโนเบิล-แสนสิริ-เครือ MQDC ชี้แจงทางผ่านคอนโดฯ บนที่ดินรัฐ ยันทำถูกต้อง คนละเคส ‘แอชตัน อโศก’
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ทางผู้บริหารบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้แถลงข่าวหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการแอชตัน อโศก มูลค่า 6,481 ล้านบาท
ในช่วงหนึ่ง นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ยังมีโครงการที่ขอผ่านทางลักษณะคล้ายกันกับโครงการแอชตันอโศก ในกรุงเทพฯอีก 13 โครงการทั้งคอนโดมิเนียมและศูนย์การค้า และมีโครงการใกล้เคียงเป็น 100 โครงการที่ขอเชื่อมทางกับหน่วยงานของรัฐ
ต่อมา นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่า การที่บริษัทบอกว่ายังมีอีก 13 โครงการมีลักษณะคล้ายกันนั้น คำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความ คือ โครงการแอชตัน อโศก ซึ่งแต่ละโครงการมีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน เพราะไม่ใช่ลักษณะเดียวกันทั้งหมด อย่าเหมารวม นอกจากนี้การสร้างทางเชื่อมหรือสกายวอล์กกับสถานีรถไฟฟ้า เป็นการเชื่อมสถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าไปยังอาคารต่างๆ ทำให้คนโดยสารรถไฟฟ้าไม่ต้องลงมาเดินทางเท้า
นายภคพงศ์กล่าวว่า แต่การเชื่อมทางในลักษณะของบริษัทอนันดาซึ่งได้รับอนุญาตเมื่อปี 2557 เป็นการเชื่อมจากอาคารหรือที่ดินของเอกชน เพื่อออกสู่ถนนสาธารณะ ไม่ได้ถือเป็นการเชื่อมกับการบริการรถไฟฟ้า เป็นเรื่องเฉพาะโครงการที่จะทำให้โครงการสามารถเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ ตามกฎกระทรวงของพ.ร.บ.ควบคุมอาคารและรฟม.จะไม่มีการอนุญาตในลักษณะนี้อีกแล้ว ส่วนการอนุญาตสกายวอล์กก็เป็นคนละกรณีกันด้วย
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ติดกับรถไฟฟ้าที่ใช้ทางเข้า-ออกของรัฐ แต่ไม่เหมือนกับโครงการแอชตัน อโศก เพราะไม่ได้ขอเพิ่มขนาดทางหรือขยายพื้นที่ ไม่ว่าโครงการ นิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว บริเวณอาคารจอดรถสถานีลาดพร้าว ,โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ตรงอาคารจอดแล้วจรสถานีศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งรฟม.อนุญาตให้ใช้ทางเข้าออกอาคารจอดรถแบบไม่กำหนดระยะเวลา โดยทางเข้าออกที่รฟม.อนุญาตให้ใช้ ยังคงสภาพเป็นทางเข้าออกเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดิน เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดโดยผิดวัตถุประสงค์เดิม
“หลังเกิดข่าวออกมา มีลูกบ้านสอบถามเข้ามา แต่เราก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ว่าทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนคอนโดมิเนียมโครงการอื่นๆของเรายังไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด ยังคงขายได้ปกติ” นายธงชัยกล่าว
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ เบส การ์เดนท์ พระราม 9 ซึ่งเจ้าของที่ดินเดิมถูกการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เวนคืนที่ดินด้านหน้าโครงการ ซึ่งเป็นการเวนคืนแบบรอนสิทธิ์ ทำให้ที่ดินเดิมยังสามารถใช้สิทธิเข้าออกได้เหมือนเดิม อีกโครงการ เดอะ เบส เพชรเกษม ซึ่งที่ดินบริเวณด้านหน้าโครงการ ทางรฟม.เวนคืนไป เป็นรูปแบบรอนสิทธิ์เช่นกัน จึงยังสามารถเข้าออกได้เหมือนเดิม ซึ่งบริษัทยืนยันว่าทั้ง 2 โครงการนี้ ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันโครงการขายหมดแล้ว
“หลังมีข่าวออกมา มีลูกบ้านสอบถาม แต่เราอธิบายไปหมดแล้ว แจกแจงให้ดูว่ามีกฎหมายรอนสิทธิ ทำให้ยังสามารถได้สิทธิ์เข้าออกเหมือนเดิม ซึ่งเรามีการตรวจสอบข้อมูล กฎหมายในทุกมิติ ถ้าที่ดินตรงไหนทำได้ เราก็ทำ ถ้าไม่ได้เราก็ไม่ทำ ซึ่งที่ดินแต่ละแปลงจะมีข้อกฎหมายไม่เหมือนกัน สร้างอะไรได้ไม่ได้ อย่างไรก็ตามคงส่งผลกระทบบ้างในระยะสั้นต่อการซื้อขายคอนโดมิเนียม” นายอุทัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ด้านนายอัษฎา แก้วเขียว กรรมการบริษัท วิซดอม พินนาเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือบริษัท แมคโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(MQDC) ผู้พัฒนาโครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว ได้ออกแถลงการณ์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินของโครงการวิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว มีใจความดังนี้
-ข้อเท็จจริงของที่ดินโครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว
โครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 13046 และ 13062 ซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 13046 เป็นที่ดินที่มีการเชื่อมทางเข้า-ออกของโครงการสู่ถนนลาดพร้าว มีสิทธิเดิมสามารถขึ้นอาคารขนาดใหญ๋พิเศษและอาคารสูงตามกฎหมายควบคุมอาคารได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว เพราะมีด้านหน้าของที่ดินเกินกว่า 12 เมตรติดถนนสาธารณะคือถนนลาดพร้าวมาตลอด ถือเป็นสิทธิดั้งเดิมที่เจ้าของที่ดินมีอยู่แต่ต้น
-ทางเข้า-ออกของโครงการ
เมื่อมีโครงการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทางรฟม.ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดประเภทการขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อให้เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน สามารถใช้ที่ดินของ รฟม.ที่เวนคืนมานั้นเป็นทางผ่านของที่ดินออกสู่ถนนสาธารณะ เพื่อพัฒนาที่ดินเป็นโครงการอาคารขนาดใหญ่พิเศษหรืออาคารสูงได้ตามสิทธิเดิมที่เคยมี
ที่ดินโฉนดเลขที่ 13046 จึงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศของ รฟม. ทุกประการ เจ้าของที่ดินได้รับใบอนุญาตให้ผ่านทางได้ตามประกาศ โดยในช่วงแรกเจ้าของที่ดินเดิมได้สิทธิผ่านเข้าออกขนาดกว้าง 4.5 เมตร ตามขนาดความต้องการใช้ประโยชน์ประเภทบ้านอยู่อาศัย และภายหลังเจ้าของที่ดินเดิมได้แจ้งความประสงค์เปลี่ยนประโยชน์การใช้ที่ดินเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารขนาดใหญ่พิเศษและอาคารสูง
จึงได้รับอนุญาตให้ขยายขนาดทางเข้า-ออกและอนุญาตให้ผ่านทางเป็น 12.5 เมตร ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทฯ ยังไม่ได้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน และใบอนุญาตที่ออกตามประกาศของ รฟม. จึงยังคงมีผลบังคับใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินมาจากเจ้าของเดิมในปี 2557 บริษัทฯ จึงได้รับโอนสิทธิในการพัฒนาที่ดินและสิทธิในการใช้ที่ดินของ รฟม.เป็นทางผ่านต่อมาจากเจ้าของที่ดินเดิมอย่างสมบูรณ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืน สั่งเพิกถอนใบอนุญาตสร้างคอนโดหรู แอชตัน อโศก
- มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ ผู้อาศัย ‘แอชตัน อโศก’ มีสิทธิเลิกสัญญา ได้เงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย

