หน้าแรก เศรษฐกิจ จ่อฟ้อง &#821...

จ่อฟ้อง ‘ไพโรจน์’ อ้างเป็นเจ้าของ เดอะ บาซาร์ ยื่นย้ายครูกายแก้ว ทำเสียหาย กระทบแผนฟื้นฟู

28.08.23 | 17:48 น.

สืบเนื่องกรณีที่ นายไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด เจ้าของโรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก ยื่นคำร้องขอคำสั่งให้ย้ายประติมากรรม ‘ครูกายแก้ว’ ออกจากบริเวณโรงแรม รวมถึงคณะบุคคล อาทิ คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ซึ่งยื่นหนังสือผ่านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้ย้ายประติมากรรมดังกล่าวเช่นกัน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ที่ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 โรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการประธานกรรมการบริหารโรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก และ นายสิทธิชัย หอมศิริวรรณ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นต่างๆ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายครูกายแก้ว แต่จะสร้างโดมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาทครอบ (อ่านข่าว ลุยสร้างโดม 60 ล้าน ครอบ ‘ครูกายแก้ว’ เจ้าของร.ร.ทุ่มควัก 20 ล้าน กทม.อนุมัติอย่างไว)  

ในตอนหนึ่ง นายชาลีกล่าวถึงประเด็นที่นายไพโรจน์ให้สัมภาษณ์สื่อว่าเป็นเจ้าของโรงแรมตัวจริงว่า โรงแรมนี้เริ่มเปิดกิจการโดยนายไพโรจน์ซึ่งเช่าที่การรถไฟ โดยมีเงินทุนจำนวนหนึ่งแต่ไม่เพียงพอ จึงได้ยื่นกู้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อตกแต่ง รวมทั้งสิ้น 1,600 ล้านบาท โดยธนาคารอิสลามฯมีเงื่อนไขว่าต้องมีเงินลงทุนอย่างน้อย 200 ล้านบาท นายไพโรจน์จึงขอให้ นายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย (ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร) สนับสนุนและเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์

“เงื่อนไขการลงทุนคือการสร้างโรงแรม และพลาซ่า เปิดร้านค้าให้คนเข้ามาค้าขายจำนวน 200-300 ร้านค้า รวมถึงการสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อการจำหน่าย ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก คนที่เช่าที่ดินก็สามารถต่อสัญญาต่อไปเรื่อยๆ ได้โดยเงื่อนไขการสร้างโรงแรมต้องลงทุน 50% เมื่อเวลาผ่านไปคุณไพโรจน์เปลี่ยนแผนมาสร้างเป็นส่วนโรงแรมทั้งหมด เมื่อไม่มีเงินชำระตามแผน ธนาคารจึงเรียนคุณไพโรจน์ไปคุย ในช่วงแรกยังไม่ต้องจ่ายเงินต้นทั้งหมด จนเมื่อโรงแรมเปิดทยอยจ่ายหนี้ 70 กว่างวด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดภาวะโควิดขึ้น เงินสำรองทั้งหมดในโรงแรมไม่มี คุณไพโรจน์จึงขอให้คุณชาญเป็นกรรมการบริหาร โดยเข้ามาช่วยทั้งเรื่องเงินเดือนพนักงานและค่าไฟ ซึ่งตอนนั้นโรงแรมค้างอยู่ 17 ล้านบาท จนโรงแรมดำเนินกิจการต่อไปได้ ต่อมา จึงมีมติให้คุณชาญเข้ามาผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการนี้ก่อนถูกฟ้องล้มละลาย” นายชาลีกล่าว

Advertisement

นายชาลีกล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่เอกชน แต่เป็นสิทธิการเช่า ซึ่งหากกิจการนี้ล้มลง ที่ดินจะถูกคืนให้การรถไฟ ดังนั้นการที่นายไพโรจน์ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเจ้าของโรงแรมที่แท้จริง จึงสร้างผลกระทบกระเทือนต่อการฟื้นฟู อาจเป็นการละเมิดสิทธิเกินส่วน ดังนั้นจะมีการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

(ย้อนอ่าน โควิดพลิกชีวิต ‘เจ้าพ่อสวนลุม’ ไพโรจน์ ทุ่งทอง หนี้ท่วม พร้อมกลับมาสู้ใหม่)

นายชาลีกล่าวด้วยว่า เมื่อนายชาญเข้ามาบริหาร ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานว่าขณะนั้นมีรายได้มาก ควรมีเงินมากกว่านี้

“เราตรวจพบว่า มีเงินไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีการเอาเงินเข้า-ออกผิดปกติ ฝ่ายกฎหมายแนะนำให้คุณชาญดำเนินคดีต่อเรื่องดังกล่าว เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง เราดำเนินคดีหลายคดี ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ตอนนี้ศาลรับฟ้อง 2 คดีแล้ว คือ ฟ้องคุณไพโรจน์กับกลุ่มผู้บริหารเก่า และนักบัญชี ผิด พ.ร.บ.หุ้นส่วนบริษัท ลักทรัพย์ โดยจะทยอยฟ้องอีกเรื่อยๆ” นายชาลีกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สถานภาพของนายไพโรจน์เป็นอย่างไร นายชาลีตอบว่า ‘ยังไม่เป็นบุคคลล้มละลาย’ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการดำเนินคดี

“หากชำระหนี้ได้หมด 3,000 กว่าล้าน ท่านก็จะรอด ตอนนี้คุณชาญเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ รอคำสั่งแผน ซึ่งเจ้าหนี้ทุกเจ้าเห็นด้วยกับการให้คุณชาญเข้ามาฟื้นฟูกิจการ” นายชาชีกล่าว

ด้าน นายสิทธิชัย หอมศิริวรรณ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้ชี้แจงเรื่องนายไพโรจน์ยื่นย้ายครูกายแก้ว และระงับการดำเนินการใดๆ ในโรงแรม โดยอ้างในคำร้องว่านายชาญก่อความเสียหายต่อโรงแรม ซึ่งศาลล้มละลายกลางนัดพิจารณาคำร้อง 12 กันยายนนี้

“ทางเจ้าหนี้มีมติให้คุณชาญเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู โดยที่ผ่านมาคุณชาญดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ โดยเป็นผู้มีความรู้เรื่องอสังหาริมทรัพย์ เจ้าหนี้จึงมีความไว้วางใจ เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ส่วนการยื่นคำร้องให้ย้ายครูกายแก้วโดยคุณไพโรจน์นั้น เมื่อคุณชาญเข้ามาเป็นผู้ฟื้นฟูทำแผน เห็นว่าตรงไหนให้ประโยชน์ต่อกิจการ ก็ดำเนินการเพื่อให้มีเงินเข้าโรงแรม สิ่งที่อ้างว่าทางโรงแรมกระทำผิดต่อคำสั่งศาลล้มละลาย ทางโรงแรมไม่กังวลใจและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกมา

เมื่อคุณชาญเข้ามาเป็นผู้บริหารแผน ทางโรงแรมจัดการให้โรงแรมดีขึ้น จนลูกค้ากลับมาเกือบปกติ การที่คุณไพโรจน์ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหาย คุณชาญฝากเตือนคุณไพโรจน์ หากเกิดความเสียหาย ทางโรงแรมจะดำเนินการฟ้องทุกเรื่อง ไม่ใช่มีการขัดแข้งขัดขากันเช่นนี้ โดยขณะนี้ ทีมกฎหมายกำลังดำเนินการกับคุณไพโรจน์หลายเรื่อง จากการสร้างความเสียหายแก่โรงแรมทั้งแพ่งและอาญา ขอเรียนว่าการดำเนินการใดๆ ที่จะเกิดความเสียหายต่อโรงแรมต้องระวัง” นายสิทธิชัยกล่าว