หน้าแรก เศรษฐกิจ ประชุม &#8216...

ประชุม ‘กสทช.’ ล่มอีก-เหตุประธานนัดประชุมกะทันหัน กรรมการโอดเลื่อนประชุมไร้หลัก

3.11.23 | 17:22 น.

ประชุม ‘กสทช.’ ล่มอีก-เหตุประธานนัดประชุมกะทันหัน กรรมการโอดเลื่อนประชุมไร้หลัก

จากกรณี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) แจ้งเปลี่ยนการประชุมบอร์ด กสทช.แบบกะทันหัน จากเดิมวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 เป็นวันที่ 3 พฤศจิกายน ส่งผลให้ “กรรมการ กสทช.” บางส่วนไม่สามารถร่วมประชุมได้ เพราะมีภารกิจสำคัญที่วางแผนการทำงานเดิมไว้อยู่แล้ว

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 พฤศจิกายน รายงานข่าวจากสำนักงาน กสทช.เปิดเผยว่า จากการสืบค้นข้อมูลย้อนหลังพบว่าความล่าช้าเกิดจากขั้นตอนการบรรจุวาระการประชุมของประธานบอร์ด กสทช. ที่หลายเรื่องใช้เวลานับเดือน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ประธานบอร์ด กสทช. ได้มีบันทึกแจ้งนัดหมายการประชุมบอร์ดในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากที่นัดหมายไว้เดิมคือวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นวันประชุมประจำของบอร์ด กสทช. โดยไม่ได้มีการปรึกษาหรือสอบถามถึงความสะดวกของบอร์ดคนอื่นก่อน ทำให้ชนกับภารกิจที่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า

รายงานข่าวจากสำนักงาน กสทช.เผยด้วยว่า กรรมการ กสทช. 4 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์, รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม ได้ส่งบันทึกชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมในวันที่ 3 พ.ย.ได้ โดยทุกคนติดภารกิจสำคัญอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช.ตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถเลื่อนหรือยกเลิกได้ และต่างก็แจ้งว่ายินดีที่จะเข้าประชุมบอร์ด กสทช.ในวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน ตามการนัดหมายปกติ

“ประธาน กสทช.ระบุเหตุผลนัดประชุม ครั้งที่ 22/2566 ในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน ว่ามีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากมีวาระเรื่องที่ค้างพิจารณาและเรื่องเสนอพิจารณาเป็นจำนวนมาก โดยมีวาระที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและวาระที่มีกำหนดระยะเวลาต้องพิจารณาภายในระยะเวลาที่กำหนดถึง 12 เรื่อง แต่ข้อเท็จจริงพบว่า มีวาระ 3 เรื่องเป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาตั้งแต่ในการประชุม กสทช.ครั้งที่แล้ว ซึ่งโดยปกติวาระที่เป็นเรื่องเร่งด่วนหรือมีกำหนดระยะเวลาที่ต้องพิจารณาที่ชัดเจน ก็จะมีการระบุดอกจันให้กรรมการรู้ แต่ทั้งสามเรื่องก็ไม่ได้มีการกำหนดดอกจันเอาไว้ และประธาน กสทช.ก็ไม่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการหยิบยกวาระ 3 เรื่องนี้มาเสนอที่ประชุมพิจารณาในครั้งที่แล้วแต่อย่างใด” แหล่งข่าวจาก กสทช.ระบุ

Advertisement

“ส่วนอีก 8 วาระ พบว่าเป็นการอนุมัติบรรจุวาระการประชุมที่ล่าช้าของประธานบอร์ด กสทช. ซึ่งใช้ระยะเวลาดำเนินการโดยเฉลี่ยประมาณ 1 เดือน ส่วนอีกหนึ่งวาระที่เป็นการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของสำนักงาน กสทช.นั้น แม้สำนักงาน กสทช.จะเสนอบรรจุเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 และประธาน กสทช.อนุมัติบรรจุวาระในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 แต่ก็พบว่าเรื่องนี้ กสทช.เคยมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ตั้งแต่การประชุม กสทช. ครั้งที่ 19/2566 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 ซึ่งล่วงเลยเวลามานานกว่า 40 วัน ความล่าช้าจึงเกิดจากกระบวนการการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.เอง ดังนั้นการที่ประธาน กสทช.อ้างเรื่องความเร่งด่วนที่ต้องประชุมในวันที่ 3 พฤศจิกายน จึงขาดความสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง” แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ในบันทึกดังกล่าว ประธาน กสทช.อ้างถึงระเบียบ กสทช.ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมที่กำหนดว่าให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน แต่หากประธานเห็นสมควรจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ และขอให้กรรมการ กสทช.แจ้งวันเวลาที่ว่างในแต่ละสัปดาห์ โดยขอให้แจ้งทุกวันศุกร์ว่าสัปดาห์ถัดไปมีภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ในวันใดบ้าง เพื่อที่ประธาน กสทช.จะได้กำหนดวันประชุมให้ตรงตามวันที่ กสทช.ทุกคนมีเวลาว่างตรงกันครบองค์ประชุมเป็นครั้งๆ ไป การขอให้กรรมการ กสทช.แจ้งวันที่ว่างเพื่อที่ประธานจะได้กำหนดวันประชุมเป็นรายสัปดาห์ไปนั้นเป็นแนวทางที่ขาดความชัดเจน ในขณะที่ กสทช.เป็นหน่วยงานระดับชาติ ต้องการความแน่นอนและการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากส่งผลกระทบกว้างขวางกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และหลายเรื่องก็เป็นภารกิจที่ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า

ประกอบกับกรรมการ กสทช. 4 คน ยังเคยมีบันทึกเสนอต่อประธาน กสทช.ให้มีการกำหนดตารางเวลาในวันพุธของทุกสัปดาห์ไว้สำหรับการประชุม กสทช. เพื่อจัดการกับวาระที่คงค้าง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากประธาน ทั้งนี้ กรรมการ กสทช.ทั้ง 4 คนยังได้เคยทวงถามให้ประธาน กสทช. จัดตารางนัดหมายการประชุมบอร์ดล่วงหน้า 3 เดือน ตามที่เคยปฏิบัติมาในช่วงเข้าปฏิบัติหน้าที่ใหม่ๆ เมื่อปี 2565 ในอดีตที่ผ่านมา บอร์ด กสทช.มักจะประชุมกันในวันพุธ หากมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนก็จะมีการปรึกษาหารือกันก่อน เพื่อกำหนดวันใหม่ให้สะดวกกับทุกคน ที่ผ่านมากรรมการทุกคนพยายามรองรับการเดินทางไปต่างประเทศของประธาน และคาดว่าประธานจะเคารพภารกิจของกรรมการคนอื่นๆ

มีรายงานว่า พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง มีแผนการเดินทางไปประชุมแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย.2566 ซึ่งจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 200 คน และเลขาธิการ กสทช.ได้อนุมัติแผนการเดินทางตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้ว มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรวมจำนวนกว่า 600,000 บาท หากต้องเลื่อนไป จะส่งผลให้เสียหายทั้งเรื่องงบประมาณและการกิจของการออกใบอนุญาตของสำนักงาน กสทช.

ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ ติดภารกิจรับเชิญเป็นองค์ปาฐกในงาน Digital Skills for Media Industry ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) และรับฟังการรายงานผลการศึกษาวิเคราะห์อุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลและทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งเป็นการศึกษาที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเงินกองทุน กทปส. ส่วนรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม มีภารกิจที่ได้นัดหมายกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับ Digital Economy Framework Agreement ซึ่งเป็นนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาและเป็นนโยบายเร่งด่วนด้านการวางรากฐานเศรษฐกิจของประเทศเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่หันสมัยและวางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในระบบ 5G ตามภาคผนวกคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชุม กสทช.ล่มอีก บอร์ดมาไม่ครบองค์ จ่อเลื่อนเคาะดีล AWN-3BB ใหม่