เปิดศูนย์ AOC 1441 ป้องหลอก-ลวงออนไลน์

เปิดศูนย์ AOC 1441 ป้องหลอก-ลวงออนไลน์

ภายหลังจากประชาชนเดือดร้อนจากภัยออนไลน์ โดยมิจฉาชีพมีกลลวงหลากหลาย ทำให้ประชาชนสูญเสียทรัพย์สิน สะท้อนข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สถิติคดีออนไลน์ในระยะ 1 ปี 7 เดือน นับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565-30 กันยายน 2566 มีจำนวนคดี กว่า 330,000 คดี และความเสียหายสูงกว่า 45,000 ล้านบาทขณะเดียวกัน ความเสียหายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยระยะเวลา 2 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 2566 มีจำนวนคดีเฉลี่ย 562 เรื่องต่อวัน ความเสียหายเฉลี่ย 85 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับ คดีออนไลน์ สูงสุด 5 ลำดับแรก คือ 1.คดีหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ จำนวน 285 เรื่องต่อวัน 2.หลอกทำงานหารายได้ จำนวน 70 เรื่องต่อวัน 3.หลอกให้กู้เงิน จำนวน 56 เรื่องต่อวัน 4.หลอกลงทุน จำนวน 39 เรื่องต่อวัน และ 5.คดีคอลเซ็นเตอร์ (call center) จำนวน 35 เรื่องต่อวัน

ขณะที่ สถิติการปิดกั้น ในปีงบประมาณ 2566 ระหว่างเดือนตุลาคม 2565-กันยายน 2566 ปิดกั้น 19,963 รายการ เฉลี่ย 54.7 รายการต่อวัน ปีงบประมาณ 2567 ระยะเวลา 1-19 ตุลาคม 2566 ปิดกั้นเพิ่มขึ้นเป็น 6,472 รายการ เฉลี่ย 340 รายการต่อวัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6-7 เท่าตัวจากปีงบประมาณ 2566

Advertisement

จากการตรวจจับที่เข้มงวดมากขึ้นแต่แนวโน้มการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงไม่ได้ลดลง เนื่องจากมิจฉาชีพมีกลโกงใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องทุกข์ร้อนเป็นลำดับต้นๆ ของคนไทย จากภัยออนไลน์ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ไม่นิ่งนอนใจและเร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลสั่งการให้กระทรวงดีอีเอส ทำงานเชิงรุกแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง

สะท้อนผ่านผลงานชิ้นโบแดงหลังรับตำแหน่งได้ 2 เดือน โดยได้เปิดตัว ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) หรือ ศูนย์ AOC 1441 (สายด่วน 1441) ในการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัยออนไลน์ (online) สำหรับประชาชน จะเป็นศูนย์ One Stop Service ในการแก้ไขปัญหาหลอกลวงออนไลน์ ช่วยดำเนินการระงับ/อายัดบัญชี ได้ทันที รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์ ไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ตั้งเป้าหมายว่าศูนย์ AOC จะสามารถลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรมใน 3 เดือน

โดยศูนย์ดังกล่าว ดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเป้าหมายของศูนย์ AOC คือ 1.ระงับ/อายัดบัญชีของคนร้าย ให้ผู้เสียหาย/ผู้ถูกหลอกลวงออนไลน์ทันที 2.ติดตามสถานะ การแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอน ได้ทันที 3.เร่งการคืนเงินให้ผู้เสียหาย 4.เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดีและการขยายผลคดี โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยงาน บูรณาการ ข้อมูล และร่วมทำงานทันทีทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย

นอกจากนี้ การทำงานของศูนย์ AOC จะมีระบบการติดตามสถานการณ์ สั่งการ ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม โจรออนไลน์อย่างบูรณาการและทันเวลา ต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยมีวอร์รูม (War Room) ภายใต้ AOC และใช้เทคโนโลยีพัฒนา Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และ Intelligence based platform ทำให้เกิดการรวบรวมเชื่อมโยงข้อมูล เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งานในการป้องกัน ปราบปราม โดยแพลตฟอร์มนี้จะมีการใช้และการวิเคราะห์ ทั้งข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ใช้กระบวนการหรือศาสตร์ในการวิเคราะห์เชิงลึกจากข้อมูล (Data scientists) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และคาดการณ์

ภายใต้ AOC จะมีการจัดตั้งวอร์รูม เพื่อแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์ ดำเนินการด้านคดีให้ประชาชนแบบเร่งด่วน เชิงรุก ตั้งเป้าหมายจบระงับ/อายัดบัญชีการเงินได้ ใน 1 ชม. นับจากเวลาที่รับแจ้งเรื่องจากเหยื่อของโจรออนไลน์ โดยนำข้อมูล อาทิ การโอนเงินให้คนร้าย ส่งธนาคาร ให้ทำการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทันทีที่ได้รับเรื่อง ทำการระงับ/อายัด ทุกๆ ทอดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งศูนย์ AOC จะยกระดับสายด่วน 1441 (เดิม สายด่วนตำรวจไซเบอร์) จากเดิมที่มี 20 คู่สายเป็น 100 คู่สาย และให้บริการเรื่องภัยออนไลน์แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และครอบคลุมเรื่องการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์

ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินอื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาน กสทช. ผู้ให้บริการมือถือสำนักงาน ก.ล.ต. แลกเปลี่ยนข้อมูลทันที และหน่วยงานเกี่ยวข้อง บังคับใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีตามความเหมาะสม เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมฯ) และ พ.ร.บ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น จะมีการจัดเก็บด้วยระบบ Cloud Service ซึ่งเป็นระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตาม ISO 27001 ISO 200001 และ CSA-STAR และเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ภาครัฐได้ประสานงานกับหน่วยงานในประเทศกัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเจรจาเพื่อทำความร่วมมือในเรื่องการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ การจับกุมคนร้ายข้ามแดน รวมถึงการถอนเสาสัญญาณตามชายแดนที่ผิดกฎหมายแถบชายแดนไทย ขณะนี้รัฐบาลไทยและกัมพูชา ได้เดินหน้าดำเนินการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยฝั่งรัฐไทยจะขอความร่วมมือเป็นรายกรณี ในส่วนของรายละเอียดต้องทำงานในเชิงลึกและไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด

สำหรับความคืบหน้าและผลการจัดตั้งศูนย์ AOC นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกกระทรวงดีอีเอส รายงานผลการดำเนินงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ศูนย์ AOC 1441 ได้รับสายจากประชาชนจำนวน 1,025 สาย ส่วนใหญ่เป็นการติดต่อขอคำปรึกษา นอกจากนี้ อายัดบัญชีต้องสงสัยจบภายใน 1 ชั่วโมง จำนวน 12 บัญชี (ข้อมูลเบื้องต้น) ภาพรวมศูนย์ AOC สามารถให้ข้อมูล หรือช่วยเหลือผู้ติดต่อเข้ามาได้ดีและน่าพึงพอใจ

ขณะเดียวกัน ปัญหาอุปสรรคพบว่ามีสายโทรเข้าสูงมากในช่วงเวลา 09.00-12.00 น.ทำให้ผู้โทร มีการรอสายนาน หรือวางสายไปจำนวนหนึ่ง (ปกติจะทำการโทรเข้ามาใหม่) นอกจากนี้ พบปัญหาในการติดต่อสถาบันการเงิน เพื่อทำการระงับบัญชี ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ขอให้ต่อสายด่วนของธนาคาร 0-2645-5555 กด *3 เพื่อทำการขออายัดบัญชีผิดกฎหมาย และธนาคารธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือทีทีบี มีการปรับปรุงระบบ โดยจะมีความพร้อมให้บริการวันที่ 3 พฤศจิกายน ระหว่างนี้สามารถติดต่อสายด่วนทีทีบี 1428 กด 03 เพื่อทำการขออายัดบัญชีผิดกฎหมาย ขณะที่สถาบันการเงินอื่นๆ ไม่พบปัญหาอุปสรรค ได้รับความร่วมมือ และช่วยทำการอายัดบัญชีให้ทันที

ความพยายามในการหยุดยั้งภัยออนไลน์ ได้แต่หวังว่าการทำงานของรัฐจะจับโจรได้จริง อีกฟากฝั่งประชาชนก็ต้องรู้ทันกลลวงทุกรูปแบบให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ !

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image