รู้จัก ‘กองทุนทีอีเอสจี’ หยวนต้าชมตอบโจทย์นักลงทุน รูปแบบ-เวลาถือครองเหมาะสม

รู้จัก ‘กองทุนทีอีเอสจี’ หยวนต้าชมตอบโจทย์นักลงทุน รูปแบบ-เวลาถือครองเหมาะสม

กรณีกระทรวงการคลังและสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) โดยได้เห็นชอบการจัดตั้ง กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund หรือทีอีเอสจี) เพื่อสนับสนุนการออมระยะยาว

-กำหนดถือครอง 8 ปีเต็ม
-เริ่มเปิดให้ลงทุนได้ในเดือนธันวาคม 2566 เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาลงทุนได้รับการลดหย่อนภาษีในเดือนมีนาคม 2567
-คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า กองทุนทีอีเอสจีตอบโจทย์และดีกว่ากองทุนประหยัดภาษีที่มีอยู่ในตอนนี้ อาทิ กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (เอสเอสเอฟ) ที่ไม่จำกัดการลงทุนในหุ้นไทยเท่านั้น ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เน้นลงทุนหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก บวกกับการถือครองถึง 10 ปีเต็ม ทำให้อาจไม่จูงใจมากนัก

Advertisement

โดยกองทุนทีอีเอสจีกำหนดให้ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยเท่านั้น ลดระยะเวลาการถือครองลงมาเหลือ 8 ปี ทำให้เข้ามาปิดช่องว่างระหว่างกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และเอสเอสเอฟได้ ระยะเวลาถือครองมองว่าไม่ได้มากเกินไป เพราะสอดคล้องกับการลงทุนในหุ้นยั่งยืน ที่ต้องใช้ระยะเวลาการลงทุนที่นานพอสมควร หากไปดูอัตราผลตอบแทนของหุ้นอีเอสดี พบว่าการลงทุนระยะสั้นไม่ได้ต่างจากภาพรวมดัชนีมากนัก แต่หากลงทุนในระยะยาวจะเห็นภาพความแตกต่างชัดเจน อาทิ ย้อนสถิติไป 10 ปี การลงทุน 5 ปีแรกผลตอบแทนใกล้เคียงหุ้นอื่นในภาพรวม แต่ 5 ปีหลัง ผลตอบแทนจะมากขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงหุ้นอีเอสจีที่ทำงานได้ดีในหุ้นระยะยาว

อ่าน คลัง ถก เฟทโก้ เตรียมชง ครม.ออก กองทุนเพื่อความยั่งยืน คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

เวลาขายในเดือนธันวาคม 2566 เพียง 1 เดือน เพราะเดือนพฤศจิกายน จะต้องทำกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่คงใช้เวลาอนุมัติไม่นาน เพราะเป็นกองทุนที่คล้ายกับแอลทีเอฟเดิมที่มีอยู่แล้ว เมื่อระยะเวลาขายไม่มาก ก็อาจทำให้มีเม็ดเงินของกองทุนทีอีเอสจีเข้ามายังไม่มากเท่าที่ควร แม้เฟทโก้จะประเมินไว้ว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยหากเทียบกับแอลทีเอฟ คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 50% เพราะการให้สิทธิลดหย่อนภาษีอยู่ที่ 1 แสนบาท ที่เพิ่มขึ้นมาจากก้อนสูงสุด 5 แสนบาท เท่ากับจะลดหย่อนภาษีได้ถึง 6 แสนบาท แต่ก็น้อยกว่าเอสเอสเอฟที่ให้เพิ่มได้ถึง 2 แสนบาทอยู่ดี มองว่ายังสามารถยืดหยุ่นในการปรับได้หากกระแสตอบรับดีมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้รูปแบบและเงื่อนไขที่ออกมาเป็นการทดลองก่อน และปรับเปลี่ยนได้

“กองทุนทีอีเอสจีที่ออกมานั้น มองว่าไม่ได้ต่างจากแอลทีเอฟมากนัก เพราะหุ้นที่กำหนดให้ลงทุนเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ 100 อันดับแรก หรือ 50 อันดับแรก (เซท 50-100) เป็นส่วนใหญ่ มีประมาณ 193 ตัว กองทุนลงทุนประมาณ 40 ตัวแรกก็คิดเป็นสัดส่วนน้ำหนัก 80% ของตลาดรวมแล้ว ทำให้มองในแง่ความเพียงพอของหุ้น ถือว่าไม่ได้บริหารจัดการยาก มีตั้งแต่หุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก แต่เฟทโก้อยากให้ลงทุนในขนาดกลางและเล็กด้วย ก็ถือเป็นการเปิดกว้างมากขึ้นจากเดิมที่เน้นให้ลงทุนในหุ้น 50 อันดับแรกเท่านั้น” นายณัฐพล กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image