ภาคผลิตหดตัว ลุ้นส่งออกสินค้าอุตฯคืนชีพ ดันเอ็มพีไอปี67 แตะ 2 – 3%
นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ปี 2567 สศอ. คาดการณ์ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) และผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรม จะเติบโตระดับ 2.0-3.0%
ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนพฤศจิกายน ปี 2566 อยู่ที่ระดับ 90.83 หดตัว 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ 11 เดือนแรกของปี 2566 หดตัว 5.01% ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 57.87% และ 11 เดือนแรกอยู่ที่เฉลี่ย 59.38% เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวได้ช้า จากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น
รวมถึงเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ายังคงชะลอตัว เนื่องจากนโยบายการเงินของต่างประเทศยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงขยายตัว ทำให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์การกลั่นปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหาร สะท้อนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในเดือนพฤศจิกายนมีมูลค่าการส่งออกรวมขยายตัว 3.37% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหักทองขยายตัว 2.94% โดยคาดว่าจะส่งผลทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมดีขึ้นในช่วงเวลาหลังจากนี้
อ่าน ดึงรัฐ-เอกชน 10 หน่วยงาน ตั้งศูนย์อุตฯฮาลาล ใช้ 630 ล้าน พิมพ์ภัทรา มั่นใจอัพจีดีพีไทย 1.2%
ระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนธันวาคม 2566 ส่งสัญญาณเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายในประเทศที่ส่งสัญญาณเฝ้าระวังในทุกองค์ประกอบ โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวลดลงจากความเชื่อมั่นที่ไม่ใช่ภาคการผลิตลดลง กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และภาคการก่อสร้างที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้า ส่งผลต่อการประมูลโครงการก่อสร้างของภาครัฐ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมยังกังวลต่อการขึ้นค่าแรง
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงหดตัว ส่วนสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกายังกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง

