รมว.อุตฯ เล่าระทึก อยู่บนเครื่องบินพาวเวอร์แบงก์ระเบิด ได้กลิ่นไหม้ ช่วยแอร์ฯ เตรียมน้ำดับไฟ ห่วงปชช. สั่งสมอ.หาช่องดูแลมาตรฐาน
จากกรณีเครื่องบินโดยสาร สายการบินไทยเเอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD3188 ขณะกำลังบินจากสนามบินดอนเมือง มุ่งหน้านครศรีธรรมราช เกิดมีเหตุการณ์ พาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารระเบิดบนเครื่องบิน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสาร 186 ชีวิต ต่างอยู่ในอาการแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก่อนลูกเรือบนเครื่องบินสามารถดับไฟได้สำเร็จ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.20 น.ที่ผ่านมา
- ผู้โดยสาร 186 ชีวิตระทึก พาวเวอร์แบงก์ระเบิด บนเครื่องบิน จากดอนเมืองไปนครศรีฯ
- แอร์เอเชีย ร่อนแถลงแจงเหตุ พาวเวอร์แบงก์ผู้โดยสารระเบิด บนเที่ยวบินจากดอนเมือง-นครศรีธรรมราช
- วศ.ชี้ พาวเวอร์แบงก์เสื่อม ไม่มาตรฐาน ทำระเบิดบนเครื่องบิน แนะเลี่ยงซื้อที่ราคาถูกแต่ความจุสูง
ล่าสุด “มติชนออนไลน์” สอบถาม น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว โดยเจ้าตัวระบุว่า เดินทางคนเดียวเพื่อกลับบ้านนครศรีธรรมราช เพื่อไปหาลูกสาว 2 คน โดยนั่งข้างหน้าแถวที่ 2 แต่จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณกลางๆ ของเครื่อง อยู่ดีๆ มีคนส่งเสียง ลุกขึ้น เราก็หันดูว่าเกิดเหตุอะไร ได้กลิ่นไหม้ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แอร์โฮสเตสบอกให้นั่งลงและเดินไปเดินมา หาตัวดับเพลิง
“ตอนนั้นคิดว่าน่าจะอะไรไหม้สักอย่างแต่ไม่รู้ สักพักแอร์โทรหากัปตัน และเข้าไปห้องกัปตันก่อนจะออกมา และเดินไปเดินมาสักพัก ซึ่งตัวเองก็ตกใจและดูนาฬิกาว่าใกล้ถึงหรือยัง ก็เหลือประมาณ 15 นาทีจะถึง แต่ก็สงสัยว่าตกลงเป็นอะไร เพราะไม่มีการพูดอะไร แต่มีคนตกใจ ยืนอยู่”
จากนั้นแอร์ก็ไปหยิบถังขยะมา และใส่ถุงพลาสติกและหยิบน้ำจากขวดเล็กๆ จากตู้รถเข็นอาหารมาเททีละขวด ส่วนตัวเมื่อเห็นแล้วจึงเข้าไปช่วย เพราะคิดว่าชีวิตเราขึ้นอยู่กับน้ำตรงนี้หรือเปล่า เลยเข้าไปช่วยทันที และมีผู้โดยสารอีก 2 คนไปช่วยกัน ตอนนั้นไม่รู้แอร์จะเอาไปทำอะไรแต่ก็ช่วยไปก่อน จนแอร์ดับไฟสำเร็จ
พอลงเครื่องมาก็ยังไม่ได้ถามอะไรกับสายการบิน เพราะเจอเหตุการณ์ของเครื่องบินบ่อย เช่นล้อไม่กาง แต่ครั้งนี้มีกลิ่นและเป็นไฟเลยกังวลกว่าปกติ จนมารู้ทีหลังว่ามีนักข่าวในพื้นที่นครศรีธรรมราชนั่งอยู่ในเครื่อง ไปโพสต์ และเป็นข่าวออกมา จึงโทรไปถามว่าอยู่บนเครื่องด้วยหรือ จึงทราบว่านักข่าวนั่งข้างหลัง เห็นเหตุการณ์ นักข่าวบอกเป็นประกายไฟ
“เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าแอร์ก็แก้ปัญหาได้ดี มีสติ แต่ไม่มีประกาศอะไรออกมา คนที่ลุกก็คือคนที่เกิดเหตุ ส่วนตัวพอรู้ว่าเป็นไฟ นึกถึงลูกๆ เลย ลูก 2 คน มองว่าเป็นการจัดการของสายการบิน ก็โอเค เพราะทุกคนไม่ตื่นตูม ไม่ช็อก ตกใจ จนอาจทำอะไรที่อันตรายได้ อย่างผู้โดยสารข้างๆ ก็พยายามถามแอร์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แอร์ไม่ตอบ เพราะกำลังพยายามแก้ไขปัญหาตรงหน้า”
น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวด้วยว่า เหตุการณ์นี้ในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ เข้าใจการทำงานของสายการบิน แอร์เอเชีย แต่ก็รู้สึกห่วงใยผู้โดยสาร ประชาชน เพราะแทบทุกคนต่างพกพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่อง ดังนั้นจะสั่งการให้ นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าไปดูเรื่องความปลอดภัยที่เข้มข้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด
น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้ผู้บริโภค สายการบิน และเจ้าหน้าที่สนามบิน ตรวจสอบพาวเวอร์แบงก์ ที่ผู้โดยสารจะนำขึ้นเครื่อง ต้องมีสัญลักษณ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) เท่านั้น เนื่องจากพาวเวอร์แบงก์ เป็นสินค้าควบคุมของสมอ. ตั้งแต่ปลายปี 2563 คุณภาพต้องได้มาตรฐาน อาทิ ทนความร้อน ความจุไฟฟ้าที่กำหนด ที่ผ่านมาสมอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มโรงงานผลิต รวมถึงผู้นำเข้า หากพบผู้ใดฝ่าฝืนนำเข้า หรือผลิตพาวเวอร์แบงก์ไม่ขออนุญาตจะมีโทษตามกฎหมาย กรณีที่ทำหรือนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

