หน้าแรก เศรษฐกิจ เริ่มสร้างปีห...

เริ่มสร้างปีหน้า เปิดไทม์ไลน์ ‘สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2’ เม.ย.70 ชาวบ้านได้ข้ามชัวร์

31.05.24 | 18:34 น.

คืบหน้าแล้ว ‘สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2’ เปิดไทม์ไลน์เริ่มสร้างปีหน้า – เม.ย.70 ชาวบ้านได้ใช้ ข้ามด่านสุไหงฯ ไปมาเลย์

สืบเนื่องโครงการ ก่อการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส-รันเตาปันยัง ซึ่งรัฐกลันตัน มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 ลักษณะโครงการอยู่ภายใต้กรอบ JDS, IMT-GT และแผนงานพัฒนาของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดำเนินการออกแบบโดยมาเลเซีย มีความยาวสะพาน 116 เมตร คู่ขนานกับสะพานเดิมด้านทิศตะวันตก งบประมาณฝ่ายไทย 160 ล้านบาท โดยเมื่อมีนาคม 2564 ฝ่ายมาเลเซียขอเข้าสำรวจพื้นที่ฝั่งไทย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ไทยจึงเสนอช่วยเก็บข้อมูลให้ ต่อมา 22 สิงหาคม 2566 ไทย-มาเลเซีย ได้ร่วมสำรวจพื้นที่และสรุปการปรับแก้ไขแบบ ก่อนส่งให้ไทยพิจารณาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และจัดประชุมด้านเทคนิคร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 4 เมื่อช่วงต้นปีนี้ นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นำโดย นายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะ นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในโครงการการทูตเชิงรุก เพื่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จังหวัดนราธิวาส-เมืองโกตาบารู ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยวันที่ 29 พฤษภาคม ได้นำคณะเข้าเยี่ยมชมและรับฟังการปฏิบัติงานของด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ที่ห้องประชุมด่านศุลกากร พร้อมสำรวจภูมิประเทศบริเวณพื้นที่การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2

Advertisement

พันเอกจิรศักดิ์ บรรเทิง แม่กองสนาม จัดทำหลักเขตแดนไทย-มาเลเซีย กรมแผนที่ทหาร กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า เมื่อ 11-12 ตุลาคม 2566 นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่าย เห็นพ้องให้เร่งรัดโครงการนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานชายแดนที่สำคัญ โดยสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 ที่กำลังจะสร้าง มีความยาว 116 เมตร อยู่ทางด้านขวาของสะพานเดิม (มองจากฝั่งไทย) ซึ่งห่างกัน 8 เมตร

“ตัวแบบของสะพาน มี 2 ช่องจราจร และทางเดินรถจักรยานยนต์ 1 ช่อง สถาปัตยกรรมออกแบบเป็นรูปเรือกอและ เพื่อสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นของ 2 ประเทศที่มีความคล้ายคลึงกัน ส่วนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง คนละครึ่งกับทางมาเลเซีย ฝั่งไทยใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 160 ล้านบาท เป็นค่าก่อส้รางตัวสะพานอย่างเดียว 110 ล้านบาท และงานถนน-สิ่งประกอบในฝั่งไทยอีกประมาณ 50 ล้านบาท” พันเอกจิรศักดิ์เผย

พันเอกจิรศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับงานด้านเขตแดน ปัจจุบันมีสะพานที่สร้างไปแล้ว 2 ที่ คือ สะพานข้ามแม่น้ำโกลกที่บ้านบูเก๊ะตา ที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส กับสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งนี้ ซึ่งใช้กึ่งกลางสะพานในการแบ่งเขตการบำรุงรักษา ในขณะที่ สะพานบูเก๊ะตา ใช้ร่องน้ำลึกในการแบ่งเขตบำรุงรักษา รวมถึงแบ่งการบริการจัดการ

“ในอนาคตสะพานคู่ขนานที่จะสร้างห่างจากสะพานเดิมนี้ไป 8 เมตร ก็จะใช้ร่องน้ำลึกเช่นเดียวกัน” พันเอกจิรศักดิ์เผย

พันเอกจิรศักดิ์กล่าวถึงสถานะล่าสุดของสะพานแห่งนี้ ตนมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมที่กรุงเทพฯ ร่วมกับทางคณะมาเลเซีย โดยสถานะล่าสุด ไทม์ไลน์ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ มีการจัดประชุมด้านเทคนิคร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 4 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มกราคม 2567 ซึ่งไทยและมาเลเซีย อนุมัติแบบการก่อสร้างเป็น Detail Design ในที่ประชุมเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน ร่างความตกลงการก่อสร้าง ซึ่งกรมทางหลวงได้แต่งตั้งในเดือนพฤษภาคมนี้

“ไทม์ไลน์ต่อไป คาดว่าจะขออนุมัติโครงการได้ในกรกฎาคม 2567 แต่ระหว่างนี้ตั้งแต่เดือน พ.ค.ก็มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกันยายนปีนี้ หลังจากนั้นก็จะมีการลงนามข้อตกลงในการก่อสร้าง ที่ได้แต่งตั้งร่วมกัน รวมถึงมีการกำหนดเขตก่อสร้าง (Construction Zone)

จากนั้น ตุลาคม 2567 จะเริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจากที่ประชุมมาทราบว่า น่าจะเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบออนไลน์ แล้วประมูลร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ แล้วประกวดราคากันว่าราคาใครจะได้รับการพิจารณามากกว่า จากนั้น จะมีหนังสือตอบยอมรับข้อเสนอราคา ถ้าไทยได้ ไทยเป็นคนสร้าง แต่คาดว่ามาเลเซียมีเปอร์เซ็นต์ที่จะได้สูงกว่า” พันเอกจิรศักดิ์เผย

พันเอกจิรศักดิ์กล่าวด้วยว่า ในด้านการก่อสร้าง หากไม่ติดขัดปัญหาอื่นใด คาดว่าเมษายน 2568 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ คาดว่าจะสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 24 เดือน

“หมายความว่า เมษายน 2570 จะมีสะพานคู่ขนานสำหรับข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่ง อีกหนึ่งแห่ง ที่จะให้ชาวบ้านได้ใช้กัน” พันเอกจิรศักดิ์เผย

พันเอกจิรศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นปัญหามีเล็กน้อย โดยความคืบหน้าของหลายเรื่องเป็นไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้า ที่กรมทางหลวงฯ ขอใช้พื้นที่ของการรถไฟ รวมถึงเรื่องการสำรวจเขตแดน ซึ่งกรมทางหลวงก็ได้ประสานงานกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กต. และกรมแผนที่ทหาร รวมถึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างความตกลง เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายอนิรุทร บัวอ่อน นายอำเภอสุไหงโก-ลก กล่าวถึงการเยียวยาประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่การรถไฟ จำนวนประมาณ 2 ไร่ ซึ่งมีการขอเวนคืนที่เพื่อทำสะพานแห่งที่ 2 นี้ ว่า ในเรื่องการเยียวยา ทาง ศอ.บต. ได้ให้ทางอำเภอและเทศบาล ลงพื้นที่เพื่อเจรจากับเจ้าของทรัพย์สินหรืออาคาร ตั้งแต่ศาลา 8 เหลี่ยมไล่เรียงลงไป ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 11 ราย โดยตนได้มอบหมายให้ ช่างเทศบาล ไปประมาณการตามหลักการของงานช่าง และให้เจ้าของที่ยื่นเสนอยอดการเยียวยาที่พึงพอใจ

“เป็นการเยียวยาจิตใจมูลค่า 480,000 บาท จำนวน 11 ราย ซึ่งทาง ศอ.บต.ก็ให้โจทย์นายอำเภอไปต่อรอง ผมจึงเรียกทั้ง 11 รายมาเจรจาใหม่อีกรอบเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อสรุปยอดเยียวยา 257,000 บาท/ราย ซึ่งทั้ง 11 รายพึงพอใจ หากมีการจ่ายก็พร้อมการรื้อถอนทันทีไม่มีเงื่อนไข” นายอนิรุทรเผย

ด้าน นายธวัชชัย เผนานนท์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนราธิวาส (ฝ่ายวิศวกรรม) กล่าวถึงการออกแบบโครงสร้างสะพานแห่งใหม่ว่า ออกแบบโดยมาเลเซียฝั่งไทยมีการตรวจสอบแบบครั้งล่าสุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางมาเลเซียก็ส่งแบบก่อสร้างสะพานมาให้ทางไทยพิจารณา และส่งต่อให้แขวงทางหลวงนราธิวาส เพื่อให้ดูเขตทาง หรือบริเวณที่จะต้องก่อสร้าง

โดยรูปแบบของสะพาน มีความยาวทั้งหมด 16 เมตร + หัว-ท้ายอีก 2 เมตร ซึ่งแบ่งช่วงสแปน 30 เมตร 3 ช่วง และด้านหัว-ท้ายเป็นช่วงสแปน 12 เมตร ซึ่งความกว้างของสะพาน 14 เมตร เป็นช่องจราจรรถยนต์ 2 ช่อง ช่องละ 3.50 เมตร รวม 7 เมตร และช่องรถจักรยานยนต์ 2.50 เมตร รวมถึงมีช่องทางคนเดินอีก 2.50 เมตร พร้อมทำหลังคาคลุมเพื่ออำนวยประชาชนในการเดินข้ามฝั่ง

ในการก่อสร้างสะพานแห่งที่ 2 นี้ ทางมาเลเซียจะเป็นผู้ก่อสร้างทั้งหมด ยกเว้นถนนฝั่งไทย 50 เมตร ที่ไทยจะเป็นผู้ก่อสร้าง ด้วยงบประมาณ 50 ล้าน” นายธวัชชัยเผย