หน้าแรก เศรษฐกิจ การท่าเรือฯ โ...

การท่าเรือฯ โชว์กำไรครึ่งปีแรก 68 แตะ 3,500 ล้าน ชี้เจรจาสหรัฐฯ ช่วยลดกังวลภาษีทรัมป์

16.05.25 | 15:20 น.

74 ปี การท่าเรือฯ โชว์กำไรครึ่งปีแรก 68 กำไรสุทธิแตะ 3,500 ลบ. ชี้การเจรจาสหรัฐฯ ช่วยลดความกังวลภาษีทรัมป์

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 74 ปีแห่งการก่อตั้ง พร้อมประกาศความสำเร็จด้านผลประกอบการ ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 7,648 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2567 ภายใต้แนวคิด “PORTrait of the future : Sailing to a Greener Tomorrow” กทท. ตั้งเป้าบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรืออย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลักการ “3 Smart” มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่การพัฒนาเมือง เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กล่าวว่า ตลอด 74 ปี กทท. ได้พัฒนาท่าเรือทั้ง 5 แห่ง รองรับการขนส่งสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการให้ทันสมัย สอดคล้องนโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG บทบาทของ กทท. จึงเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค เชื่อมโยงไทยกับเศรษฐกิจโลก

ด้าน นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า
ครบรอบ 74 ปี กทท. เน้นวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรด้วยแนวคิด 3 Smart ได้แก่ Smart Port ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Smart Commercial พัฒนาเศรษฐกิจหลังท่าให้เป็นย่านธุรกิจใหม่ Smart Community พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนรอบท่าเรือให้เติบโตไปพร้อมองค์กร

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2567 กทท. มีรายได้รวม 17,224 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 – มีนาคม 2568) มีกำไรสุทธิ 3,500 ล้านบาท มีเรือเทียบท่าที่ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง รวม 7,371 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.95% สินค้าผ่านท่า 61.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.10% และตู้สินค้าผ่านท่า 5.56 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 5.35%

นายเกรียงไกร กล่าวว่า สำหรับท่าเรือระนองมีสินค้านำเข้า – ส่งออกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับประเทศเมียนมา ส่งผลให้ปริมาณเรือ ตู้สินค้า และสินค้าผ่านท่าเพิ่มสูงขึ้นโดยผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 – มีนาคม 2568) มีเรือเทียบท่าทั้งสิ้น 131 เที่ยว เพิ่มขึ้น 49% ตู้สินค้าผ่านท่า 3,170 ตู้ เพิ่มขึ้น 371% สินค้าผ่านท่า 79,810 ตัน เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในส่วนของความคืบหน้าโครงการสัตว์ส่งออกมีชีวิตของท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่นั้น มีผลการดำเนินการส่งออกสัตว์ (สุกร) ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบฯ อยู่ที่ 1,964 ตัว ส่งผลให้มีผลประกอบการในภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Advertisement

ด้านโครงการสำคัญ กทท. ยังเดินหน้าพัฒนา “ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3” ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าในงานทางทะเล 68.3% ขณะที่ส่วนงานอื่น เช่น อาคาร ท่าเรือ ระบบถนน และสาธารณูปโภค เริ่มก่อสร้างแล้ว และอีก 2 ส่วน ได้แก่ ระบบรถไฟ และอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อยู่ระหว่างจัดทำเอกสาร TOR และว่าจ้างที่ปรึกษา

โครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ในจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม โดยมีแผนจะขยายผลไปยังจังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ รวมถึงพื้นที่ตามแนวรถไฟในภาคกลางตอนล่าง เช่น พระนครศรีอยุธยาและราชบุรี

นางมนพร กล่าวว่า สำหรับมาตรการรับมือกับการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทางรัฐบาลไทยก็มีการเตรียมความพร้อมและรอคิววันนัดเจรจากับทางสหรัฐฯ ซึ่งก็ดำเนินการเตรียมความพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในส่วนของ การท่าเรือแห่งประเทศไทย หลังจากที่มีการประกาศจากทางสหรัฐฯว่า ประเทศไทยจะโดนเก็บภาษีนำเข้า 36% ทำให้ผู้ประกอบการเร่งขนส่งสินค้า ทั้งนำเข้าและส่งออกมากขึ้น จากปกตินำเข้า 50.5% และส่งออก 49.5% ส่งผลให้ภาพรวมการขนส่งสินค้าในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากมีการปรับภาษีขึ้นจริงจะมีผลกระทบส่งให้การส่งออกลดน้อยลง โดยเวลานี้รัฐบาลไทย ก็อยู่ระหว่างเตรียมเจรจากับสหรัฐฯ และคาดว่า หากเจรจาสำเร็จก็จะทำให้ได้รับผลกระทบลดลง