LINE MAN Wongnai หนุน รบ.อนุทิน ฟื้น คนละครึ่ง เปิดตัวเลขยัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

6.09.25 | 15:55 น.

LINE MAN Wongnai หนุน รบ.อนุทิน ฟื้น คนละครึ่ง เปิดตัวเลขยัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

จากกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้ รัฐบาลอนุทิน ฟื้นคืนโครงการคนละครึ่งเพื่อช่วยเหลือธุรกิจรายย่อยและช่วยรายจ่ายให้ประชาชน ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทีมนโยบายมีการพูดคุยกันว่านโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น จะมีอะไรบ้าง ซึ่งโครงการคนละครึ่ง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

อ่านข่าว – ภท. ยัน จ่อฟื้น คนละครึ่ง กระตุ้นศก. ปรับสิทธิประโยชน์มากขึ้น ชี้ มีเวลาน้อยต้องทำเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

เห็นข่าวว่า สมาคมภัตตาคาร พี่เหมียว Thaniwan Meaw Koonmongkon ได้ยื่นเรื่องกับรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของคุณอนุทิน เสนอให้นำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใหม่ ถ้าเกิด ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีสำหรับวงการร้านอาหารไทยที่ประสบปัญหายอดขายตกอย่างหนักโดยเฉพาะในปีนี้ครับ

Advertisement

อย่างที่เคยโพสต์ไปแล้ว จากสถิติของ LINE MAN Wongnai พบว่ายอดขายเฉลี่ยของร้านอาหารทั่วประเทศไทยลดลงมาตั้งแต่ต้นปี โดยไตรมาส 2 ลดลงมากถึง -14% หากดูเฉพาะพื้นที่กรุงเทพ ยอดขายไตรมาส 2 ลดเยอะกว่าต่างจังหวัดด้วยคือ -16%, พื้นที่ย่านธุรกิจ (CBD) -19% และพื้นที่ยอดนิยมอย่างบรรทัดทอง ลดลงถึง -35%

เท่าที่คุยกับเจ้าของร้านอาหารหลายๆคน ปีนี้มันยากจริงๆนะครับ

ในฐานะที่ LINE MAN Wongnai เคยร่วมโครงการคนละครึ่งรอบที่แล้วมา ผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เราพบว่ายอดขายของร้านขนาดเล็กโตขึ้น 1.7-4 เท่าในช่วงนั้น และถ้าดูยอดขายจากเดลิเวอรีอย่างเดียวโตเฉลี่ย 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโครงการ

เท่าที่อ่านดูจากความเห็นในโซเชียลก็พบว่าประชาชนอยากให้นำโครงการนี้กลับมาจริงๆ แบบแทบจะเป็นเอกฉันท์ เพราะช่วยแก้ปัญหาค่าครองชีพได้จริง

ส่วนตัวชอบโครงการลักษณะ co-payment ลักษณะนี้ เพราะคิดว่า

1. เหมาะกับ SMB ขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มีกำลังพอช่วยตัวเองได้บ้าง แต่ถ้ามี “แรงหนุน” เข้ามาช่วย จะทำให้ทุกคนคล่องตัวขึ้นได้ และมีกำลังใจในการทำให้ดีขึ้นในระยะยาว

2. ป้องกัน fraud ได้ดีระดับหนึ่ง เพราะมีลักษณะ co-pay คือลูกค้าต้องออกด้วยครึ่งหนึ่ง ทั้งการใช้จ่ายไปยังร้านค้าที่ต้องลงทะเบียนจริง

3. สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจในระยะยาวกว่า เนื่องจากมีการจำกัดวงเงินรายวัน (ครั้งที่แล้ว 150 บาท) ดีกว่าเงินให้เปล่าที่อาจจะเกิดการใช้จ่าย (นอกระบบ) ครั้งเดียว วันเดียวจบ

ผมคิดว่าหากรัฐบาลมีอายุสั้นเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา การนำระบบไอทีเดิมที่เคยมีอยู่แล้วกลับมาใช้งาน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในแง่ระยะเวลาการทำงาน ส่วนการยืนยันตัวตนร้านค้าที่อาจเปลี่ยนหน้าไปบ้างในช่วง 3-4 ปีที่ไม่มีโครงการคนละครึ่ง ก็สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีช่วยได้

หากรัฐบาลจะทำโครงการนี้จริงๆ LINE MAN Wongnai มีข้อมูลร้านอาหารที่อัพเดตเป็นปัจจุบันอยู่แล้ว ก็ยินดียกข้อมูลนี้ให้ทั้งหมด เพื่อที่ร้านค้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลายืนยันตัวตนใหม่ครับ