คนละครึ่งพลัส ล่าสุด เช็กที่นี่ ซื้ออะไรได้บ้าง สแกนจ่ายค่ารถเมล์-รถไฟฟ้าได้ด้วย
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จากกรณี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ “โครงการคนละครึ่งพลัส” วงเงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบกลาง ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด 20 ล้านคน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้อัตราการขยายตัวของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประมาณ 0.3-0.4%
โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 20-26 ต.ค.2568 (หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม) กำหนดระยะเวลาใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.2568 ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เริ่มใช้สิทธิเวลา 06.00-23.00 น.ของทุกวัน และต้องมีการใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย.2568 ภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกยกเลิกสิทธิ นอกจากนี้ โครงการคนละครึ่งพลัสยังเพิ่มสิทธิฟู้ดเดลิเวอรี่ สามารถเริ่มใช้สิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.-31 ธ.ค.2568 เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ทั้งนี้ ประเภทสินค้าและบริการที่สามารถใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัสได้นั้น มีดังนี้
ประเภทสินค้าและบริการที่ซื้อได้
- อาหาร
- เครื่องดื่ม
- สินค้าทั่วไป
- บริการนวด
- สปา ทำเล็บ ทำผม
- บริการขนส่งสาธารณะโดยสามารถซื้อสินค้าหรือบริการ ณ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
- สามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ทั้งนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารหรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด
ประเภทร้านค้า/ผู้ประกอบการที่ใช้ได้
1.ผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร/เครื่องดื่ม/ร้านค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย ดังนี้
- ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
- ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ไม่ใช่นิติบุคคล (ร้านธงฟ้าฯ) หรือ
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547 (พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
- ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ)
2.ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ หรือทำผม ที่มีสัญชาติไทย ดังนี้
- ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล
- ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้าน
- ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
**ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ (ในครั้งนี้ กรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย)

3.ผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งสาธารณะที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล ดังนี้
ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (Taxi – meter)
- รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
- รถยนต์สามล้อสาธารณะ
- รถสองแถวรับจ้าง
- รถจักรยานยนต์สาธารณะ
- ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น รถสามล้อถีบ เป็นต้น
ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
4.ผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่
- รถไฟฟ้าในเขตเมืองรถไฟ
- รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
- เรือโดยสารสาธารณะ

ประเภทสินค้าและบริการที่ซื้อไม่ได้
- สินค้าสลากกินแบ่ง
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- บัตรกำนัล
- บัตรเงินสดและบริการแปรรูปอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
ประเภทร้านค้า/ผู้ประกอบการ ที่ไม่สามารถใช้ได้
- ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เงื่อนไขของร้านค้าที่จะสามารถใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัสได้จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
1.เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปาทำเล็บ ทำผมและให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือมีใบขับขี่รถสาธารณะ ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี
2.ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการคนละครึ่งพลัส เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com


