คลังเตือน เช็กด่วน ยืนยันสิทธิ ‘บัตรคนจน’ ไม่สำเร็จ 4 แสนราย ตกหล่นแต่ยังไม่ได้เข้าระบบต้องทำยังไง
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ประเด็นแรก คือ ความคืบหน้าการลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการค้นหาผู้ที่ตกหล่น โดยเน้นค้นหาผู้มีความยากจนและเดือดร้อนอย่างแท้จริง ผ่านการทำงานเชิงรุกมากขึ้น แทนการเปิดลงทะเบียนเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา
“การดำเนินการในครั้งนี้เน้นนำผู้เดือดร้อน ผู้มีความยากจน และลำบากอย่างแท้จริงให้เข้าสู่ระบบการดูแลของรัฐเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้มีเรื่องของการที่เอางบประมาณเป็นตัวตั้งแต่อย่างใด ในอดีต การเปิดลงทะเบียนเป็นการทั่วไป ทำให้เกิดปัญหาว่าผู้ที่มีความลำบากจริงจำนวนหนึ่งเป็นคนชายขอบ บางรายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง จึงมีการปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนในครั้งนี้” นายวินิจกล่าว
นายวินิจกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของการลงทะเบียนนั้น ล่าสุดมีผู้ยืนยันสิทธิแล้ว 11.28 ล้านราย จาก 13.18 ล้านราย และได้รับการตรวจสอบไปแล้วประมาณ 10.8 ล้านราย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ยืนยันสิทธิไม่สำเร็จและเป็นที่เป็นกลุ่มตกหล่นสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เคยลงทะเบียนและมีสิทธิอยู่เดิม, กลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกลุ่มที่ตกหล่นซึ่งไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลเดิม
ย้ำ 4 แสนคน ยืนยันไม่ผ่านไม่ต้องลงใหม่ อีก 200 คนรอเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือรายกรณี
นายวินิจกล่าวว่า กลุ่มแรก คือ ผู้มีสิทธิรายเดิม ทั้งนี้ ผู้ที่มายืนยันสิทธิแล้ว แต่พบว่ามีข้อมูลไม่ถูกต้องมีจำนวนกว่า 400,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นความผิดพลาดเล็กน้อย เช่น กรอกชื่อ-นามสกุลไม่ครบ, กรอกชื่อ-นามสกุลสลับกัน หรือข้อมูลบางส่วนคลาดเคลื่อน แต่ยังสามารถระบุตัวตนได้ คณะกรรมการจึงมีมติให้แก้ไขข้อมูลในระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับมาลงทะเบียนใหม่ เพื่อลดภาระของประชาชน อย่างไรก็ตาม มีเพียงประมาณ 200 รายที่ข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะลงไปช่วยตรวจสอบและแก้ไขให้เป็นรายกรณี
กลุ่มตกหล่น-อยู่ในบัญชีรายชื่อ คืบหน้า 70%
นายวินิจกล่าวว่า กลุ่มที่สอง คือ ผู้มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยเป็นกลุ่มที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งก่อน ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิถุนายน จากกระทรวงมหาดไทย มีรายชื่ออยู่ที่ 1,047,520 ล้านราย และสามารถลงพื้นที่ตรวจสอบได้แล้วกว่า 721,677 ราย หรือราว 70% ของเป้าหมาย เหลืออีกกว่า 325,843 รายที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันที่ 21 มิถุนายน 2569
ผู้เดือดร้อนจริง แจ้งจนท.ในพื้นที่เพื่อคัดกรองได้
นายวินิจกล่าวว่า กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มผู้ตกหล่นที่ไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลเดิม แต่ถูกค้นพบจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ หรือจากการรับแจ้งข้อมูล ปัจจุบันพบแล้วกว่า 1,573,232 ล้านราย ทั้งนี้ หากประชาชนที่เห็นว่าตนเองหรือผู้อื่น ที่ยังคงเดือดร้อนและยังไม่อยู่ในระบบ สามารถแจ้งข้อมูลผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองได้
นายวินิจกล่าวว่า เมื่อรวมกลุ่มที่สองและกลุ่มที่สาม ปัจจุบันมีรายชื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพิ่มเติมกว่า 2.29 ล้านราย ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 21 มิถุนายนนี้ โดยย้ำว่าการพิจารณาสิทธิครั้งนี้ไม่ได้ตั้งงบประมาณเป็นตัวกำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ แต่เน้นค้นหาผู้ที่ยากจนและเดือดร้อนจริงให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐให้มากที่สุด
นายวินิจกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ 2 คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ว่าจะไม่ใช่เกณฑ์การที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีมาเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการพิจารณารอบนี้ โดยหลังจากการลงทะเบียนและคัดกรองเสร็จสิ้น จะมีการรวบรวมข้อมูลทุกเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาทบทวนและเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับปรุงในครั้งเดียว ก่อนที่จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569



