หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนัฏ เบรก ส...

เอกนัฏ เบรก สูตรค่าไฟอัตราก้าวหน้า หลังผลสำรวจส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย งัด 3 แผนอุ้มผู้ใช้ไม่ถึง 200 หน่วย

19.06.26 | 06:08 น.

เอกนัฏ เบรก สูตรค่าไฟอัตราก้าวหน้า หลังผลสำรวจส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย งัด 3 แผนอุ้มผู้ใช้ไม่ถึง 200 หน่วย

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ต่อมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมครั้งที่ 24/2569 (ครั้งที่ 1,014) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว พบว่ามีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย กกพ.จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงาน กกพ.รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของ กกพ. และผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (กฟน. และ กฟภ.) ไปยังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อประกอบการพิจารณาของภาคนโยบายต่อไป จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าศึกษาเอกสารรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. จำนวน 6,525 ครั้ง จากผู้เข้าชม 2,270 ราย และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 653 ความเห็น โดยผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่เสนอ และผู้ที่แสดงความคิดเห็นในประเด็นอื่นๆ

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่า ผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอมีจำนวน 215 ความเห็น คิดเป็น 33% ของความคิดเห็นทั้งหมด รองลงมาเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่ 2 จำนวน 166 ความเห็น คิดเป็น 25% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นอื่นๆ สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง มีประเด็น อาทิ ผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงาน ประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ตลอดจนข้อเสนอแนะด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป สำหรับข้อเสนอโครงสร้างค่าไฟใหม่ แบ่งเป็น 4 กรณี ทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช.ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้าในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าแตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า กรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมสั่งชะลอและทบทวนแนวทางการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) จะเป็นการปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได ผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จ่ายค่าไฟในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีกระแสคัดค้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยขึ้นไป สะท้อนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลายครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ ช่วงฤดูร้อนการใช้ไฟฟ้าจะเกินเกณฑ์ดังกล่าวได้ง่าย ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าไฟแพงขึ้น ในรอบบิลมิถุนายน จะใช้ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดิม 3.95 บาทต่อหน่วยไปก่อน

นายเอกนัฏกล่าวว่า สำหรับแผนการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ต่ำลง กระทรวงพลังงานจะเร่งขับเคลื่อนใน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.แก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าไม่เป็นธรรม (สัญญาทาส) โดยเฉพาะการต่ออายุสัญญา หรือแอดเดอร์ (Adder) หรือเงินรับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ทำไว้ในอดีต ส่งผลต่อประชาชนแบกรับผ่านค่าไฟฟ้าสูงขึ้นระยะยาว เนื่องจากบางส่วนต่ออายุอัตโนมัติทุก 5 ปี ขณะนี้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนสัญญา อยู่ระหว่างรอดำเนินการระยะต่อไป 2.การลดการสูญเสียในระบบ (Non-technical loss) ปรับปรุงการนำค่าใช้จ่ายไม่สมเหตุสมผล เช่น ค่าไฟทางหลวง นำมาคำนวณรวมในบิลค่าไฟของประชาชน และ 3.แก้ไขปัญหาค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payments: AP) ภาระต้นทุนแฝง จัดการกับปัญหาประสิทธิภาพระบบในอดีตมีการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริง จนทำให้ต้องจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้าเอกชนไม่ได้เดินเครื่อง มาตรการนี้จะเห็นผลเร็วสุด การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งถัดไป ภายในเดือน มิ.ย.2569 จะเสนอเปิดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่เป็นประเภทที่ 9 คือ กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้กลุ่มใช้ไฟฟ้าสูงร่วมรับผิดชอบต้นทุนเหมาะสม ปูทางสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี หากดำเนินการสำเร็จทั้ง 3 มาตรการ จะดันราคาค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกให้อยู่ที่ 3 บาทได้แน่นอน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เป้าหมายลดค่าครองชีพและช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยยังคงดำเนินต่อไป กระทรวงพลังงานกำลังเจรจากับ 3 การไฟฟ้า เมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้ นำรายได้ส่วนหนึ่งมาสำรองจ่ายช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยไม่เกิน 200 หน่วยก่อนระยะแรก ครอบคลุมประมาณ 15 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ส่วนระยะต่อไปจะขยายการช่วยเหลือให้ครอบคลุม 200 หน่วยแรกสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ปกติแล้วโครงสร้างค่าไฟฟ้าจะแยกออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ 1.ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวมค่า Ft) พิจารณาปรับปรุงทุก 4 เดือน ปัจจุบันรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ตรึงราคาไว้แล้ว รอบถัดไปมีแนวโน้มลดลงตามราคาเนเชอรัลแก๊สเหลว (LNG) ในตลาดโลกปรับตัวลดลงเหลือ 15-18 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากสถานการณ์ข้อตกลงหยุดยิง และ 2.การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ปัจจุบันถือเป็นเพียง 1 ใน 8 ประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในระบบ นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคประชาชน ลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น พร้อมจัดทำแพคเกจเงินกู้ช่วยเหลือเงินดาวน์และดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงเตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนขยายจาก 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในเดือนนี้

Advertisement