หน้าแรก เศรษฐกิจ เคทีโอส่งสตาร...

เคทีโอส่งสตาร์ทอัพปักหมุดไทย ชูเอไอเขย่าวงการท่องเที่ยว ลดต้นทุนแรงงานปั๊มกำไรโรงแรม 30%

28.06.26 | 16:41 น.

เคทีโอส่งสตาร์ทอัพปักหมุดไทย ชูเอไอเขย่าวงการท่องเที่ยว ลดต้นทุนแรงงานปั๊มกำไรโรงแรม 30%

น.ส.คิม ควัน-มี ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (เคทีโอ) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทั้งการขาดแคลนแรงงาน และความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ได้จริง มากกว่าการแข่งขันกันพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอพพลิเคชั่นเพียงอย่างเดียว แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 35.3 ล้านล้านวอนในปี 2569 ครอบคลุมทั้งเอไอ หุ่นยนต์ ระบบขนส่งแห่งอนาคต และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์

น.ส.คิม กล่าวว่า เคทีโอ มีศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี (เคทีเอสซี) รับบทบาทพัฒนาจากการสนับสนุนสตาร์ทอัพเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ไปสู่การผลักดันความร่วมมือเชิงธุรกิจและการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง โดยในปี 2568 สามารถดำเนินการจับคู่ธุรกิจได้ 119 ครั้ง สนับสนุนการทำสัญญาทางธุรกิจ 7 โครงการ และช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัพเกาหลีใต้ 2 รายจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ก่อนต่อยอดสู่การผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์และความร่วมมือระยะยาวในปี 2569

น.ส.คิม กล่าวว่า จากสตาร์ทอัพทั้ง 5 รายที่เคทีเอสซีคัดเลือกเข้าร่วมงาน ล้วนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่เอไอ สำหรับบริหารอาคารและโรงแรม แพลตฟอร์มเชื่อมระบบโรงแรม เทคโนโลยีบริหารรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ รวมกับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง สำหรับธุรกิจโมบิลิตี้จนถึงการใช้คอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญา (ไอพี) เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวและแหล่งรายได้ใหม่

นายโจ มิน-ฮี ซีอีโอของ Alicorn กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การใช้เอไอแทนคน แต่เป็นการให้เอไอเข้ามาช่วยดูแลงานที่ต้องทำซ้ำและสนับสนุนการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลจากการใช้งานจริงสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้สูงสุด 96% เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน 30% และยังรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 98%

นายซอง บยอง-กวอน ซีอีโอของ DOWHAT กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของโรงแรมจำนวนมากคือ การใช้หลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดข้อมูลกระจัดกระจายและงานซ้ำซ้อน ปัจจุบันบริษัทขยายการให้บริการจากโรงแรมเพียง 3 แห่งในปี 2564 เป็น 106 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 37,000 ห้องพัก และกำลังต่อยอดข้อมูลทั้งหมดสู่แพลตฟอร์ม AI “Aurora” เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการโรงแรม

Advertisement

นายยู ซัง ผู้อำนวยการภูมิภาคของ Oh My Hotel & Co. กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอัตราการเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารรายได้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อช่องทางการขายกว่า 80 ช่องทางทั่วโลก พร้อมช่วยให้โรงแรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญอย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ต่อยอดขายมากกว่า 20%

นายพัค ชู-จิน ซีอีโอของ Star Pickers กล่าวว่า ธุรกิจเช่ายานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงพัฒนาเทคโนโลยีเอไอโอที สำหรับติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอุบัติเหตุ ป้องกันการโจรกรรม และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา จอง และชำระเงินบริการเช่ายานพาหนะได้ในระบบเดียว

นายจอง ชาง-ยุน ซีอีโอของ DIVE IN Group กล่าวว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการมองหาที่พัก ไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โรงแรมจึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการนำศิลปะ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญามาพัฒนาห้องพักและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่าง แต่ยังสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากสินค้า นิทรรศการ และประสบการณ์ที่ต่อยอดจากคอนเทนต์