พณ. เปิด 5 เรื่อง พฤติกรรมการเลือกซื้อ-บริโภคผลไม้ของประชาชน ปี69
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 5,433 รายทั่วประเทศ เกี่ยวกับ พฤติกรรมการเลือกซื้อและการบริโภคผลไม้ของประชาชน พบว่า ผลไม้ไทย ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พฤติกรรมการเลือกซื้อผลไม้มีความแตกต่างกันตามระดับรายได้ ทั้งในด้านช่องทางการเลือกซื้อและระดับการใช้จ่าย โดยมีรายละเอียดผลการสำรวจ ดังนี้
1.พฤติกรรมการเลือกซื้อและการบริโภคผลไม้ของประชาชน ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 73.40 ซื้อผลไม้รับประทานเป็นประจำ ขณะที่ร้อยละ 24.39 ไม่ได้บริโภคผลไม้ โดยส่วนใหญ่ซื้อผลไม้ทุกเดือนแต่ไม่ทุกสัปดาห์ ร้อยละ 29.80 รองลงมาคือซื้อทุกสัปดาห์ ร้อยละ 26.10
สำหรับช่องทางการเลือกซื้อ พบว่า ตลาดสดและตลาดนัดยังคงเป็นแหล่งซื้อหลักในทุกภูมิภาค โดยภาคใต้มีสัดส่วนสูงที่สุด ร้อยละ 70.28 ขณะที่เมื่อจำแนกรายภูมิภาคผลสำรวจชี้ว่า การซื้อจากร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตสูงที่สุด คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร้อยละ 34.17 รวมถึงรถขายผลไม้เคลื่อนที่ ร้อยละ 31.52 และช่องทางออนไลน์ ร้อยละ 8.51 รองจากภาคเหนือที่มีสัดส่วนการซื้อผลไม้ผ่านช่องทางออนไลน์สูงที่สุด ร้อยละ 8.89 โดยภาคเหนือมีสัดส่วนการซื้อสินค้าออนไลน์ สูงกว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑลเล็กน้อย เนื่องมาจากสินค้าตามฤดูกาลบางชนิดไม่ได้มีแหล่งผลิตหลักอยู่ในพื้นที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
2.ตลาดสดยังคงครองใจผู้บริโภค ขณะที่ปัจจุบันมีทางเลือกในการซื้อผลไม้หลากหลายมากขึ้น ตลาดสดและตลาดนัดยังคงเป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อผลไม้ของประชาชน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 58.03 ขณะที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตมีสัดส่วนร้อยละ 26.14 และรถพุ่มพวงหรือรถขายผลไม้เคลื่อนที่ร้อยละ 25.11 เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อจากแต่ละช่องทาง พบว่า ผู้บริโภคที่เลือกซื้อจากตลาดสดส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้าได้ด้วยตนเองถึงร้อยละ 22.88 และด้านราคาที่ร้อยละ 16.69 ขณะที่ผู้บริโภคที่เลือกซื้อจากร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นหลักที่ร้อยละ 11.82 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสดยังคงเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าและความหลากหลายของสินค้าได้ดีที่สุด แม้ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
3.ผู้บริโภคยังนิยมบริโภคผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง ผลไม้ที่ประชาชนนิยมบริโภคเป็นประจำเป็นผลไม้ที่สามารถหาซื้อได้ตลอดทั้งปี โดย “ส้ม” ได้รับความนิยมสูงสุด ร้อยละ 31.66 รองลงมา ได้แก่ แตงโม ร้อยละ 28.14 กล้วย ร้อยละ 21.39 มะม่วง ร้อยละ 19.69 ฝรั่ง ร้อยละ 15.26 สับปะรด ร้อยละ 15.07 แอปเปิล ร้อยละ 14.14 องุ่น ร้อยละ 13.51 และมะละกอสุก ร้อยละ 11.15 สะท้อนให้เห็นว่าผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย มีจำหน่ายตลอดทั้งปี และมีราคาที่เหมาะสม ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ผลไม้ตามฤดูกาลอย่าง “ทุเรียน” เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ร้อยละ 45.43 รองลงมา ได้แก่ เงาะ ร้อยละ 32.62 มังคุด ร้อยละ 28.40 ลำไย ร้อยละ 12.20 และลองกอง ร้อยละ 7.97 สะท้อนให้เห็นว่าผลไม้ไทยตามฤดูกาลยังคงครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียนที่ยังคงเป็นผลไม้ดาวเด่นในช่วงฤดูกาลผลไม้ของไทย
4.รายได้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อผลไม้ของผู้บริโภค ผลการสำรวจพบว่า ระดับรายได้ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อผลไม้ของผู้บริโภค ทั้งในด้านช่องทางการเลือกซื้อและระดับการใช้จ่าย โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงมีแนวโน้มเลือกซื้อผลไม้ผ่านร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าผู้บริโภคโดยรวม ตัวอย่างเช่น ผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 ขึ้นไป เลือกซื้อผลไม้ผ่านช่องทางดังกล่าวสูงถึงร้อยละ 42.07 – 51.52 ขณะที่ผู้บริโภคโดยรวมเลือกซื้อผ่านร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงร้อยละ 26.14 เท่านั้น นอกจากนี้ กลุ่มผู้มีรายได้สูง ยังมีแนวโน้มเลือกซื้อผลไม้ผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น โดยผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 ขึ้นไป มีสัดส่วนการซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ร้อยละ 7.59 – 12.12 สูงกว่าผู้บริโภคโดยรวมซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.04 ถึงกว่า 2 เท่า
ในทางกลับกัน กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนยังคงนิยมเลือกซื้อผลไม้จากตลาดสด ตลาดนัด และรถพุ่มพวงในสัดส่วนที่สูงกว่า เนื่องจากสามารถเลือกสินค้าได้ด้วยตนเอง เปรียบเทียบราคาได้ง่าย และสอดคล้องกับกำลังซื้อของครัวเรือน
เมื่อพิจารณาด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อผลไม้พบว่า ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มรายได้มีรูปแบบการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท และ 5,001–10,000 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อผลไม้ไม่เกิน 300 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 51.29 และ 38.33 ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้ 10,001–20,000 บาทต่อเดือน มีรูปแบบการใช้จ่ายที่กระจายตัวมากขึ้น โดยผู้ที่มีค่าใช้จ่าย ไม่เกิน 300 บาทต่อเดือนมีสัดส่วนร้อยละ 30.69 ใกล้เคียงกับผู้ที่มีค่าใช้จ่าย 300–500 บาทต่อเดือน ร้อยละ 29.13 และผู้ที่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ร้อยละ 26.64 สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูงมีแนวโน้มใช้จ่ายในระดับที่สูงกว่ากลุ่มรายได้อื่น โดยผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนผู้ที่ใช้จ่ายในการซื้อผลไม้ 300–500 บาทต่อเดือนสูงที่สุด ร้อยละ 22.76 – 28.79 รองลงมาคือผู้ที่มีค่าใช้จ่าย 501–1,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 24.24 – 24.83 และผู้ที่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ร้อยละ 12.14 – 13.64
แสดงให้เห็นว่าระดับรายได้มีผลต่อรูปแบบ การใช้จ่ายด้านผลไม้ โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงมีความสามารถในการเลือกซื้อผลไม้ได้หลากหลายระดับราคา ขณะที่กลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อยยังคงให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและระดับราคาเป็นสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อผลไม้
5.แนวโน้มการบริโภคผลไม้ในช่วงฤดูกาลปี 2569 เมื่อเปรียบเทียบผลการสำรวจกับปี 2568 พบว่า ตลาดสดและตลาดนัดยังคงเป็นแหล่งซื้อผลไม้หลักของประชาชน โดยมีสัดส่วนผู้เลือกซื้อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 40.58 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 58.03 ในปี 2569 ขณะที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20.89 เป็นร้อยละ 26.14 และรถขายผลไม้หรือรถพุ่มพวงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.94 เป็นร้อยละ 25.11 แสดงให้เห็นว่าช่องทางจำหน่ายผลไม้ที่มีความหลากหลาย ยังคงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่
ด้านประเภทผลไม้ที่ได้รับความนิยม พบว่าเป็นกลุ่มผลไม้ที่สามารถหาซื้อได้ตลอดทั้งปี โดยส้มยังคงได้รับความนิยมสูงสุด ขณะที่ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างทุเรียน เงาะ และมังคุด ยังคงเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจในปี 2568 ที่พบว่าทุเรียนเป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูงสุดเช่นกัน นอกจากนี้ ผลการสำรวจปี 2569 ยังสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม คือ พฤติกรรมการเลือกซื้อและการใช้จ่ายด้านผลไม้ของผู้บริโภคเริ่มมีความแตกต่างกันตามระดับรายได้มากขึ้น โดยผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีรูปแบบการเลือกซื้อและช่องทางการเข้าถึงสินค้าที่แตกต่างกันตามกำลังซื้อของตนเอง
นายนันทพงษ์ ระบุว่า ผลไม้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงฤดูกาลผลไม้ ขณะที่ตลาดสดและตลาดนัดยังเป็นช่องทางหลัก ในการเลือกซื้อ แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ แพลตฟอร์มออนไลน์ และสั่งซื้อออนไลน์จากชาวสวนโดยตรง นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่าระดับรายได้มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลือกซื้อและ การใช้จ่ายด้านผลไม้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนการตลาดและการบริหารจัดการผลผลิต
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนิน 8 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การขนส่ง และการตลาด เพื่อรองรับผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา และสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้เกษตรกร โดยมุ่งยกระดับคุณภาพผลไม้ ลดความสูญเสีย เพิ่มมูลค่าผลผลิต ส่งเสริมการบริโภคในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก อันจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป




