บช.กลางปรับใหญ่สวัสดิการรักษาขรก. พบทุจริต‘ช้อปปิ้งยา’ ขู่ตัดสิทธิยกครัว เปิดรับฟังความเห็นถึง18ส.ค.
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงกรณีการปรับปรุงร่างพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลราชการว่า กรมบัญชีการกำลังดำเนินการพิจารณาปรับปรุงสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการอยู่ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายสูง หรือประมาณ 90,000 ล้านบาทต่อปี ขณะนี้มีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 5,000,000 คน ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุอายุเกิน 60 ปี อย่างไรก็ตามกรมบัญชีกลางขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยกเลิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการแต่อย่างใด แต่จะปรับปรุง พร้อมทั้งกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น ปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้รวดเร็วในการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีสิทธิ โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล และกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล จากการตรวจสอบการใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล พบว่าผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวใช้สิทธิผิดปกติหลายกรณี เช่น เข้ารับบริการในสถานพยาบาลหลายแห่งระยะเวลาใกล้เคียงกัน หรือเข้ารับบริการเกิน 3 สถานพยาบาลต่อเดือนด้วยโรคเดียวกัน ได้รับยาประเภทเดียวกัน จนมีปริมาณยาสะสมจำนวนมาก เป็นต้น เป็นการทำให้ราชการได้รับความเสียหาย ดังนั้นเพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญในการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลตามความจำเป็นและเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น จึงจำเป็นต้องปรับปรุงร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ผู้มีสิทธิยังสามารถเข้ารับการรักษาจากทางสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนได้อย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และโปร่งใส
นางแพตริเซีย กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.กำหนดให้สถานพยาบาลสามารถใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงระบบการเบิกจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการได้รวดเร็ว ป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีหน้าที่และความรับผิดชอบในพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวในการใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล มิให้มีการใช้สิทธิอย่างไม่สมควรหรือโดยมิชอบ 3.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีอิสระในการเลือกให้บุคคลในครอบครัวบุคคลใดสามารถใช้สิทธิสวัสดิการ หรือจะแจ้งระงับการใช้สิทธิสวัสดิการของบุคคลในครอบครัวบุคคลใดก็ได้ และ 4.สร้างกลไกส่งเสริมให้สถานพยาบาลต้องมีนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองที่ดี
นางแพตริเซีย กล่าวว่า กรมบัญชีกลางเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม-8 สิงหาคม 2569 เป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ผ่านลิงก์การรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงร่างพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผ่านทางเฟซบุ๊กของกรมบัญชีกลาง เมื่อครบกำหนดรับฟังความคิดเห็นแล้ว กรมบัญชีกลางจะนำข้อมูลมาประมวลผล คัดกรองเฉพาะความเห็นที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายนี้ พร้อมทั้งสรุปร่างกฎหมาย และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาบังคับใช้ต่อไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่แก้ไขหรือปรับลดสิทธิบำเหน็จบำนาญใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐลงนามสัญญาจ้างและเข้าสู่ระบบไปแล้ว รูปแบบกำลังพิจารณาใหม่และเปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ขณะนี้ จะนำมาปรับใช้กับข้าราชการบรรจุใหม่ ข้อมูลการทุจริต 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการทุจริตสะสมไปแล้วประมาณ 200-250 ล้านบาท ต่อไปจะเพิ่มโทษ หากพบว่ามีบุคคลในครอบครัวทุจริตเพียง 1 คน เช่น การตระเวนช้อปปิ้งยาตามโรงพยาบาลต่างๆ มีจุดประสงค์เพื่อนำไปขายต่อ จะตัดสิทธิการรักษาพยาบาลของทุกคนในครอบครัวทันที รวมถึงตัวข้าราชการผู้ได้รับสิทธิด้วย



