‘พราวพุธ’ ผู้พัฒนาคอนโดฯ ‘รมย์ คอนแวนต์‘ พร้อมดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัย รับประกันถึงมือหมอใน 5 นาที
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามในหลายภูมิภาค ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านพลังงานและการค้า ส่งผลกระทบต่อ ‘ระบบเศรษฐกิจ’ ของประเทศต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ การส่งออกที่ชะลอตัว กำลังซื้อภายในไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เวลา 13.30 น. ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ กองบรรณาธิการมติชน จัดงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ’NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย‘ เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับบทบาทของการท่องเที่ยวต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย วิเคราะห์โอกาสและความท้าทาย พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางในการยกระดับ ’การท่องเที่ยวไทย’ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ ‘จุดแข็งของประเทศ’
ท่ามกลางตัวแทนจากภาคธุรกิจ ราชการ, บริษัทเอกชน, SME, ตลอดจนแพทย์ และผู้ที่มีบทบาทในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤต หลั่งไหลลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บริหารในเครือมติชนร่วมให้การต้อนรับ นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานฯ และ นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน, นายจำลอง ดอกปิก ที่ปรึกษา บมจ.มติชน และ นายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กอง บก.มติชน เป็นต้น
บรรยากาศเวลา 15.30 น. เข้าสู่ช่วง Wellness Retreat Experience โดย น.ส.สุชาดา ฝ่ายสิงห์ หรือ ‘ทีน่า’ ครูสอนโยคะ, นักบำบัดด้วยเสียง และครูสอนไอซ์บาธ เจ้าของ Moonzpell Studio ที่นำเทคนิค ‘Sound Healing’ หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียงโดยใช้ ‘ขันทิเบต’ มาชวนผู้ร่วมงานผ่อนคลายร่างกายและกลับมาอยู่กับลมหายใจ ในปัจจุบันขณะ

จากนั้นเวลา 15.40 น. ปิดท้ายด้วยเวทีสัมภาษณ์พิเศษในหัวข้อ ‘Next Gen Business Talk’ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมเวที ได้แก่ น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ดำเนินรายการโดย นายอติรุจ กิตติพัฒนะ ซึ่งสะท้อน ‘สังคมสูงวัย’ ผ่านเทรนด์ในการซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาล ความคืบหน้าในการร่วมพัฒนา ‘ROMM Convent’ (รมย์ คอนแวนต์) โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีสูง 32 ชั้น ใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) บนถนนคอนแวนต์-สาทร ให้เป็น ‘บ้าน’ ที่พร้อมทั้งในแง่การอยู่อาศัยควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพลูกบ้าน และมีบัตเลอร์ (Butler) ที่ช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง เป็นกรณีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังจบการสัมมนา ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและ Wellness ได้ซักถาม เพื่อสะท้อนมุมมองอันจะเป็นประโยชน์ในทิศทางการท่องเที่ยวใหม่ ในฐานะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของไทย
ในตอนหนึ่ง ตัวแทนจากภาคเอกชน สอบถามเพิ่มเติมว่า ในตึกนี้มีแบ่งเป็นเซ็กชั่นหรือไม่ เช่น ชั้นสำหรับสำหรับผู้สูงอายุอยู่ และมี Facility รองรับตรงนี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่กะทันหันที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยวีลแชร์ ต้องใช้เปลพยาบาล (Stretcher) เรามีลิฟต์รองรับหรือไม่?
น.ส.พราวพุธกล่าวว่า ถ้าพูดถึงเปลพยาบาล ของเราการันตีว่าถึงมือหมอได้ภายใน 5 นาที ซึ่งทดสอบกันมาแล้ว ตั้งแต่ห้องฉุกเฉินในโครงการ เข็นออกมา แน่นอนว่าลิฟต์ของเรารองรับ Stretcher สามารถเข้าถึงได้ และด้วยความเร็วของลิฟต์ ไปจนถึงทางเดินร่วม (Corridor) รวมไปถึงวีลแชร์ ก็สามารถเข้าถึงได้เช่นกัน

ส่วนที่ 2 ในแง่ของผู้สูงอายุ ด้วยความที่โครงการของเราเป็นคอนโดมิเนียมฟรีโฮลด์ (Freehold Condo) ต้องเรียนว่า เราไม่ได้มีชั้นแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะลูกบ้านที่เข้ามาหลายๆ คน ก็มีความชื่นชอบในระดับชั้นที่แตกต่างกัน สูง-เตี้ย ตามวิว Room type และแต่ละบุคคล
“แต่สิ่งที่เรามีให้ในแง่ของ Facility เรามีห้องที่เรียกว่า Wellness Room เป็นห้องที่สามารถมาพูดคุยกับทางคุณหมอได้”
“จริงๆ แล้ว ทางโครงการของเรา ทางโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ก็ได้ Assign เรื่อง ‘Family Doctor’ เข้ามา ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายอายุรกรรม แต่คล้ายๆ กับว่า เป็นคนที่ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของเรา สอบถามตั้งแต่ Medical History วิธีการกิน อย่างเช่น ความเสี่ยงในโรคเบาหวาน ก็จะมีการแนะนำการกินในเรื่อง nutrition ว่าเราควรจะต้องทำกันอย่างไร รวมไปถึงให้คำแนะนำ ในแง่การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย โดยอ้างอิงถึง Facility ที่เรามีอยู่ภายในโครงการ เช่นว่า อาจจะจำเป็นต้องออกกำลังกายเยอะแต่มีปัญหาเรื่องสะโพก กระดูกและข้อไม่ดี ก็จะมีบางเครื่องที่ควรใช้ และบางท่าที่ไม่ควรทำ“ น.ส.พราวพุธกล่าว และว่า

รวมถึง มีออนเซ็น ห้องนวด ห้องโยคะ มีเป็น Meditation Pot สำหรับการผ่อนคลาย ด้านสุขภาพจิตด้วย ดังนั้น จริงๆ อาจจะต้องใช้คำว่า เราไม่ได้จัขเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ถึงแม้จะมีหลายคนที่ตั้งใจซื้อ ให้คุณพ่อคุณแม่เข้ามาอยู่อาศัย
“เราออกแบบโครงการมาสำหรับทุกเพศทุกวัยโดยมองว่า Facility ทุกอย่างที่เรามี เหมือนกับเป็น ‘ฮาร์ดแวร์’ หรือแพลตฟอร์ม ส่วนในแง่ของ ‘ซอฟต์แวร์’ ว่าแต่ละคนจะอยากใช้ฮาร์ดแวร์ ในการทำอะไร สามารถ Customize ได้ ผ่านทางคำแนะนำของ Family Doctor รวมไปถึง Health Butler ของเราเองด้วย
เมื่อถามว่า มองเห็นโอกาสของ Sports Tourism อย่างไรบ้าง และคิดว่าภาครัฐควรจะเพิ่มเติมตรงไหนเพื่อเพิ่มศักยภาพในแง่นี้ให้มากขึ้น?
น.ส.พราวพุธกล่าวว่า จริงๆ แล้ว Sports Tourism มันไปได้ 2 มุม โดยมุมแรกคือในแง่การ Develop Sport personality ในประเทศ เยาวชนของเราจะทำอย่างไรให้มีแชมป์โลกเยอะขึ้น ที่ผ่านมาในอดีตเราเคยมี แชมป์โลกในกีฬากอล์ฟ และเทนนิส
“อีกอันนึงที่ถ้าเราเห็น พ่อแม่สมัยใหม่ มักผลักดันให้ลูกเล่นกีฬา และหลายๆ คนเริ่ม open (เปิดกว้าง) มากขึ้นมากขึ้นว่า ลูกฉันไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง GPA 4.0 เพื่อที่จะไปเป็นหมอ แต่โอเคกับการที่ลูกฉันกลายเป็นนักเทนนิสอันดับ 1 ของภูมิภาค เราก็ภูมิใจ”

น.ส.พราวพุธกล่าวต่อว่า ในขาที่ 2 เองในช่วงหลัง ‘Wellness และ Sports เรียกว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงจริงๆ เริ่มมี Sport Facility ในหลายแห่งเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในกรุงเทพฯเองก็มีหลายที่ สามารถรองรับทั้งการแข่งขัน หรือการ training ของมือโปรที่มาเก็บตัวในประเทศไทย
เช่นที่ อารีน่า หัวหิน (Arena Hua Hin) มีสยามฟีฟ่าฟุตบอล อยู่ 4 สนาม ดังนั้นจึงมี ‘โปรทีม’ ของประเทศต่างๆ ที่ Off-season มาจัดเคบิน อยู่ในหัวหิน ซึ่งการมาอยู่ของทีมเหล่านี้ อยู่ที 2 สัปดาห์ ทีมละ 20-30 คน รวมประมาณ 200 ห้อง ยังไม่นับการจัดแมตช์กระชับมิตร ( friendly match) และ ทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ที่มีคนดูติดตามเข้ามาด้วย
“ดังนั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ของ Wellness ของที่ไทยได้เปรียบ ด้วยสภาพอากาศ ที่สามารถเทรนได้ตลอดทั้งปี” น.ส.พราวพุธชี้



