หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯเตรียมเย...

นายกฯเตรียมเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ม.หอการค้า แนะชูจุดแข็งสร้างความเชื่อมั่น เร่งต่อยอดการค้า-ดึงลงทุนไทย

17.08.26 | 06:30 น.

นายกฯเตรียมเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ม.หอการค้า แนะชูจุดแข็งสร้างความเชื่อมั่น เร่งต่อยอดการค้า-ดึงลงทุนไทย

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 17–22 สิงหาคมนี้ ว่า เป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดการค้าและการลงทุน เนื่องจากไทยมีพื้นฐานข้อตกลงทางการค้ากับออสเตรเลียอยู่แล้ว จึงควรผลักดันข้อตกลงใหม่ๆ และดึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้ามาลงทุนในไทย ทั้งนี้ ไทยต้องแสดงศักยภาพและความพร้อมรองรับการลงทุนจากออสเตรเลีย ขณะเดียวกันไทยมีข้อได้เปรียบจากการมี FTA กับหลายประเทศ และอยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเติม รวมถึงมีอาเซียนเป็นฐานตลาดสำคัญ จึงสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงให้นักลงทุนออสเตรเลียขยายตลาดสู่ภูมิภาคได้


“ประเทศไทยเราก็จะต้องไปแสดงศักยภาพว่ามีความพร้อมที่จะให้เขามาลงทุน ถึงแม้ว่าเรามีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การต่อยอดเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มาจากออสเตรเลีย ก็จะเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจไทย ซึ่งหากมองภาพกว้างๆ ดูแล้วประโยชน์มีแน่นอน เพราะพื้นฐานเรามีอยู่แล้ว ก็จะเป็นการต่อยอดที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าจากข้อตกลงมากขึ้น” นายวิศิษฐ์กล่าว

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไทยถือว่ามีจุดแข็งในเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ร่วมคณะเดินทางไปด้วย น่าจะสามารถนำเสนอข้อมูลและศักยภาพของประเทศไทยให้นักลงทุนออสเตรเลียเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะประเทศไทยเองก็มีอินเซนทีฟในการลงทุนที่น่าสนใจไม่แพ้ประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้พิจารณาเพียงศักยภาพของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงตลาดและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน ดังนั้น ไทยต้องชูจุดแข็งการเป็นฐานเชื่อมโยงตลาดควบคู่กับสิทธิประโยชน์การลงทุน โดยเฉพาะการดึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามาต่อยอดอุตสาหกรรมพื้นฐาน

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับโอกาสขยายการส่งออกสินค้าไทยไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในช่วง 3-5 ปีแรก คาดว่ามูลค่าการค้าและการส่งออกจะค่อยๆ ขยับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีตลาดเดิมอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนออสเตรเลียคือความนิ่งทางการเมืองและความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองโลกมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงและฐานการลงทุน ส่วนตลาดนิวซีแลนด์ต้องเตรียมรับการแข่งขันจากสินค้าเกษตร อาหาร นม และเนื้อสัตว์ แต่สามารถใช้เป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อนำจุดแข็งของทั้ง 2 ประเทศมาปรับใช้ยกระดับสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก

Advertisement

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่มีฐานการส่งออกมายาวนานโดยเฉพาะรถปิกอัพซึ่งไทยทำตลาดได้ดี ขณะเดียวกันยังมีโอกาสขยายการส่งออกรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) โดยตลาดออสเตรเลียยังมีความต้องการรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดยเฉพาะรถที่ใช้สำหรับการบรรทุก จึงถือเป็นตลาดที่ไทยมีโอกาสต่อยอดได้ทั้งรถยนต์รูปแบบเดิมและเทคโนโลยีใหม่ การเดินทางครั้งนี้ควรใช้โอกาสสร้างความเชื่อมั่นและต่อยอดตลาดเดิม เนื่องจากไทยมีทั้งฐานการผลิตและมีประสบการณ์ในตลาดออสเตรเลียอยู่แล้ว

“ต้องสร้างความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องความนิ่งทางการเมือง แล้วก็เรื่องของนโยบายที่ชัดเจน การไปเยือนในครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ต้องรีบคว้าไว้ เพราะช้ากว่านี้ก็คงไม่ทัน” นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงคณะของนายกรัฐมนตรีที่เตรียมเดินทางครั้งนี้ว่า ขอให้นำจุดแข็งของไทยไปนำเสนอและใช้โอกาสจากจุดแข็งของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ มาสร้างการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนกับไทย เพื่อนำมาต่อยอดภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งไทยมีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก แต่ควรนำเทคโนโลยีและแนวทางการผลิตของทั้ง 2 ประเทศมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย