นักวิชาการ หนุนคืนดิวตี้ฟรีขาเข้า แนะจัดวางผังใหม่
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายนวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงแนวคิดการนำร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งว่า เห็นด้วยกับการนำร้านค้าปลอดอากรขาเข้ากลับมาให้บริการ เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้โดยสารในการจับจ่ายใช้สอยภายในท่าอากาศยาน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงรายได้ส่วนแบ่งให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายนวทัศน์กล่าวว่า การยกเลิกร้านค้าปลอดอากรขาเข้าเมื่อปี 2567 โดยมีแนวคิดจะนำพื้นที่ไปใช้เพื่อเพิ่มการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารนั้น มองว่าเหตุผลดังกล่าวอาจไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรขาเข้าก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้โดยสารได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะนำร้านค้าปลอดอากรขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการ ควรพิจารณาการจัดสรรพื้นที่อย่างรอบคอบ โดยต้องไม่กระทบกับพื้นที่ที่จำเป็นต่อการให้บริการผู้โดยสาร และควรออกแบบพื้นที่โดยคำนึงถึงการไหลของผู้โดยสาร (Passenger Flow) เป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความแออัดหรือกระทบต่อกระบวนการให้บริการภายในท่าอากาศยาน
นายนวทัศน์กล่าวอีกว่า การนำดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาไม่ควรพิจารณาเฉพาะพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ควรออกแบบให้เกิดประโยชน์ต่อผู้โดยสารในภาพรวม เช่น จัดพื้นที่พักคอยหรือพื้นที่อำนวยความสะดวกในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้โดยสาร โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์กับการให้บริการผู้โดยสาร
นักวิชาการชี้ไม่ส่งผลยอดผู้โดยสารเพิ่ม
สำหรับผลต่อจำนวนผู้โดยสารนั้น นายนวทัศน์กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการกลับมาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้าไม่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เนื่องจากการมีร้านค้าปลอดอากรไม่ได้เป็นแรงจูงใจหลักในการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร แต่จะมีผลในด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการมากกว่า โดยเฉพาะหากสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีความหลากหลายและมีราคาที่เหมาะสม
“ดิวตี้ฟรีขาเข้าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการและรายได้ส่วนแบ่งที่ ทอท.จะได้รับมากกว่า แต่ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เพราะร้านค้าปลอดอากรไม่ได้เป็นแรงจูงใจหลักในการเดินทางของผู้โดยสาร” นายนวทัศน์กล่าว
นายนวทัศน์ระบุว่า สำหรับพื้นที่เดิมของร้านค้าปลอดอากรขาเข้าที่ปัจจุบันถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น หากจะนำกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง จำเป็นต้องพิจารณาและวางแผนการใช้พื้นที่ใหม่ ควรยึดผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง ทั้งในด้านความสะดวก ประสบการณ์การใช้บริการ และการจัดการการไหลของผู้โดยสาร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายนวทัศน์กล่าวด้วยว่า ส่วนรูปแบบการบริหารจัดการและการจัดสรรพื้นที่จะเป็นรูปแบบเดิมหรือปรับใหม่ ขึ้นอยู่กับ ทอท. คาดว่าหากนำร้านค้าปลอดอากรขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการ คงอาจใช้รูปแบบสัมปทานเดิม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ประกอบการได้รับสัมปทานอยู่แล้ว โดยปัจจุบัน บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานพื้นที่ดังกล่าว
ทอท.ศึกษา 3 โมเดลดิวตี้ฟรีขาเข้า
น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงแนวทางการนำร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่มีการยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า ทอท.ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้โดยสาร รวมถึงจากการสำรวจความพึงพอใจ พบว่าบริการที่เกี่ยวข้องกับดิวตี้ฟรีขาเข้าเป็นบริการที่ผู้โดยสารเรียกร้องให้มีมาโดยตลอด นอกจากนี้ พบว่าคะแนนด้านระดับการให้บริการ (Level of Service) เมื่อเปรียบเทียบกับสนามบินชั้นนำของโลกปรับลดลงและยังมีผลกระทบในเรื่องการให้บริการและรายได้ จึงเห็นว่าหลังจากผ่านมาประมาณ 2 ปี ควรพิจารณานำบริการดังกล่าวกลับมา
น.ส.ปวีณากล่าวว่า ปัจจุบัน ทอท.ยังอยู่ระหว่างศึกษา และเสนอแนวทางต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และได้ทำหนังสือหารือไปแล้วหลายฉบับ โดยหนังสือวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งฉบับล่าสุดที่ทำไป ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเห็นชอบให้กลับมาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้าหรือไม่ ส่วนจะต้องเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ สศค.จะพิจารณา
น.ส.ปวีณากล่าวต่อว่า เบื้องต้นศึกษาไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.Pick-up Counter จุดรับสินค้าที่ผู้โดยสารชาวไทยซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดอากรขาออกและฝากไว้ก่อนเดินทางกลับมารับที่ขาเข้า ซึ่งเป็นบริการที่มีในสนามบินชั้นนำของโลก 30 อันดับแรก 2.ร้านดิวตี้ฟรีขาเข้าแบบจำกัด เน้นจำหน่ายสินค้าบางประเภท เช่น สุรา เครื่องสำอาง และบุหรี่ โดยจะมีขนาดเล็กลง เนื่องจากพื้นที่เดิมบางส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่นแล้ว และ 3.ร้านจำหน่ายสินค้าแบบเสียภาษี (Taxed Goods) บริเวณสายพานรับกระเป๋า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่ทราบแหล่งซื้อสินค้าในประเทศไทย
ทสภ.ชี้ต้องจัดพื้นที่ใหม่
ขณะที่นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) กล่าวว่า หลังยกเลิกร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้า ทอท.ได้นำพื้นที่บางส่วนมาปรับปรุงและพัฒนาเป็นจุดให้บริการผู้โดยสาร อาทิ เคาน์เตอร์บริการกระเป๋าเสียหายหรือสูญหาย (Baggage Service หรือ Lost & Found) ของสายการบิน บริเวณหลังสายพานรับกระเป๋า ซึ่งเดิมมีจุดรับสินค้าขาเข้า (Duty Free Pick Up) จำนวน 17 จุด รวมถึงจัดทำพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสารที่ต่อเครื่อง (Transfer) โดยปัจจุบันใช้พื้นที่ไปแล้วประมาณ 70% ดังนั้น หากจะกลับมาเปิดร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้าอีกครั้ง จะมีพื้นที่เหลือไม่เท่าเดิมและต้องพิจารณาการจัดสรรพื้นที่ใหม่อีกครั้ง



