ธ.ก.ส. โชว์ผลงาน 5 เดือนแรก ปล่อยกู้แล้ว 3-4 แสนล้านบาท หนุนสินเชื่อ 0% นาน 6เดือน ช่วยเกษตรกรน่านสู้ภัยนำ้ท่วม
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สำหรับบัญชีในช่วง 5 เดือน (เม.ย. – ส.ค. 69) ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีการอนุมัติและจ่ายสินเชื่อหมุนเวียนในระบบไปแล้วประมาณ 300,000 – 400,000 ล้านบาทโดยระหว่างทางจะมีเงินชำระคืนด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งปีบัญชีของ ธ.ก.ส. จะมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าหมายว่าก่อนสิ้นปีบัญชีนี้ ยอดสินเชื่อจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดรวมขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 1.71 ล้านล้านบาท
นายไพศาล กล่าวว่า ทั้งนี้โครงสร้างการปล่อยสินเชื่อของ ธ.ก.ส. จะแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีบัญชี ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่มักจะยังไม่สูงมากนักเนื่องจากยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกพืชหลัก ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ เดือนกันยายนเป็นต้นไป และช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเริ่มฤดูกาลผลิตพืชหลัก ได้แก่ ข้าว และข้าวโพด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70-80% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคาร โดยในปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่ยังคงเป็นการทยอยจ่ายและรับชำระคืนในกลุ่มของพืชอ้อยบางส่วน
นายไพศาล กล่าวว่า ขณะที่ความคืบหน้าโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ หรือโครงการไร่ละ 1,000 บาทนั้น ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ แล้วบางส่วน และอยู่ในขั้นตอนรอเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ โดยการใช้งบประมาณจะต้องอิงตามกรอบมาตรา 28 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลังด้วย
“ธ.ก.ส. มีความพร้อมด้านสภาพคล่องในการรองรับมาตรการนโยบายรัฐ แต่ในการดำเนินงานทุกโครงการ คณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด ธ.ก.ส.) จะต้องทำการวิเคราะห์ความเพียงพอของสภาพคล่อง ณ วันที่ ครม. มีมติอนุมัติอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้เงินของธนาคารยังอยู่ในเกณฑ์และกรอบความเสี่ยงที่กำหนด” นายไพศาล กล่าวว่า
นายไพศาล กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.ยังห่วงใยพี่น้องเกษตรกร จังหวัดน่าน ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรต้องไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบในช่วงที่ขาดรายได้ ธ.ก.ส. ได้ออก “สินเชื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อนำไปใช้จ่ายในครัวเรือนหรือซ่อมแซมบ้านเรือนในเบื้องต้น
นายไพศาล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ได้รับความเสียหายหนัก เช่น บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ธนาคารยังมี “สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟู” รองรับในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้



