‘ดีอี’ เปิดสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติม TH-AI Passport แจงแก้ TOR ปรับเป็นจ่ายตามใช้งานจริง

21.08.26 | 14:39 น.

‘ดีอี’ เปิดสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติม TH-AI Passport แจงแก้ TOR ปรับจ่าย Pay Per Active User ย้ำจ่ายตามใช้งานจริง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี มอบหมายให้ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการแถลงข่าวการติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของการลงทะเบียนล่วงหน้าในโครงการ TH-AI Passport โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


นายพชร กล่าวว่า การแก้ไขสัญญาใหม่ในโครงการ TH-AI Passport มาเป็นการใช้รูปแบบการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User หรือการจ่ายตามผู้ใช้งานจริงคือ บริษัทต้องส่งมอบแผนการดำเนินงานที่มีผู้เข้ามา login เป็นจำนวน 5,000,000 สิทธิแล้ว จึงจะตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน (กรณีไม่ครบ 5,000,000 สิทธิผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับตามข้อ 11 ของสัญญาเดิมในส่วนของผู้เข้ามา login จริง) การกำหนดการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User ตามสัญญาที่แก้ไขใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสัญญาเดิม โดยในการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาด้วยแล้ว

“ถามว่าทำไมไม่ทำแต่แรก จริง ๆ แล้วเรานำเรียนกันตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว ตามสัญญาเดิม ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดก็ได้ของการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ลักษณะของการทำงานโครงการนี้เป็นการจ้างทำของ สัญญามาตรฐานมันต้องมีกรอบวงเงิน เวลา ชัดเจน” นายพชรกล่าว

Advertisement

นายพชร กล่าวว่า ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์)

นายเวทางค์ กล่าวว่า การแก้ไขสัญญา TOR ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และได้ส่งให้ สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาแล้ว โดยกระทรวงดีอียืนยันว่าการแก้ไขสัญญาดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน การกำหนด Pay Per Active User ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐมีความคุ้มค่า เนื่องจากการเบิกจ่ายจะต้องสัมพันธ์กับการใช้งานจริงของประชาชน และหากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามจำนวนสิทธิที่กำหนดไว้ ก็มีเงื่อนไขการปรับตามสัญญารองรับอย่างชัดเจน

“ขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสัญญาฉบับใหม่นั้นถูกต้องตามกฎหมายและได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว โดยปรับการจ่ายเงินเป็นแบบ Pay Per Active User เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณนั้นเกิดความคุ้มค่าที่สุด ขณะที่เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลจะดำเนินการอยู่ในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด” นายเวทางค์กล่าว

“จริงๆ กรรมมาธิการ ณ. วินาทีนี้ ถ้าอยากรับรู้รับทราบก็ให้ลูกน้องกดดูได้เลยครับ แต่คือโดยทางปฏิบัติด้วยระเบียบแบบแผนแล้ว เนื่องจากมีจดหมายมาเราก็ต้องตอบเป็นทางการ อันนี้เรียนให้ทราบโดยทั่วกันว่า เอกสารแนบท้ายเรามีอยู่แล้ว สัญญาที่ตอนแรกบอกหามาบอกว่ารอสัญญาจากเรา เราก็ยังงงๆ ว่ารอทำไม ก็ไปกดดูเมื่อไหร่ก็ได้”นายพชรกล่าว