วราวุธ ลุยอยุธยา รับฟังเสียง หลังชาวลาดบัวหลวงร้องทนทุกข์โรงงานปล่อยกลิ่นเหม็น นานกว่า 15 ปี
สั่ง กรมโรงงาน เข้ม ส่งรถโมบาย จอดตรวจวัดมลพิษ ย้ำโรงงานเพิ่มความรับผิดชอบต่อชุมชน
วันที่ 27 สิงหาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนระบุเป็นปัญหาสะสมยืดเยื้อมานานกว่า 15 ปี กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นรบกวนจากการประกอบกิจการโรงงาน บริษัท ซีฟี้ อินดัสตรี้ จำกัด ประเภทโรงงานลำดับที่ 106 ประกอบกิจการหลอมโลหะและทองแดง ตั้งอยู่ในตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายวราวุธ เผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรก เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน คณะจากกระทรวงอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่รีบลงพื้นที่มารับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปเร่งแก้ไข อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สอจ.พระนครศรีอยุธยา) รวมถึงทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เร่งแก้ไขปัญหานี้ให้คลี่คลายโดยเร็วอย่างเป็นรูปธรรมตามกรอบกฎหมาย เพื่อบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ได้ย้ำผู้ประกอบการว่าโรงงานและชุมชนควรอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยโรงงานต้องเริ่มจาก ‘การจัดการปัญหาภายในรั้วโรงงานให้ดี‘ เป็นอันดับแรก จากนั้นต้องสื่อสารกับชุมชนอย่างเข้าถึงและใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์อันดี สามารถร่วมกันแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด หากมีแผนการดำเนินงานใดของโรงงานที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน โรงงานต้องรีบแจ้งให้พี่น้องประชาชนรับทราบล่วงหน้าเสมอ และควรมีกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน เช่น การส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าติดตามการปรับปรุงแก้ไขโรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ล่าสุดได้ส่งรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เข้าตรวจคุณภาพอากาศและไอระเหยสารเคมีในพื้นที่รัศมีรอบโรงงานใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่ จุดที่ 1 รถปฏิบัติการเคลื่อนที่จอดบริเวณหน้าโรงงาน บริษัท ซีฟี้ อินดัสตรี้ จำกัด (หมู่ที่ 2 ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง) และจุดที่ 2 ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่บ้านพักอาศัยของพี่น้องประชาชน (หมู่ที่ 10 ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง) ซึ่งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ออกมาในเบื้องต้นยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม จะให้รถรถปฏิบัติการเคลื่อนที่จอดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบปัญหาจากต้นตอภายในโรงงาน และภายในเย็นวันนี้จะเร่งติดตามผลการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต จะสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขทันที และจะไม่ยอมให้เปิดการประกอบกิจการจนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อยตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน พร้อมทั้งกำชับให้ สอจ.พระนครศรีอยุธยา ประสานงานและแจ้งข้อมูลข่าวสารไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อสร้างความความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องสร้างการรับรู้ เข้ามาพูดคุย และทำความเข้าใจร่วมกับประชาชนในพื้นที่เช่นเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีเจตนากลั่นแกล้งผู้ประกอบการ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและเคร่งครัดตามกฎหมาย ขอให้ประชาชนในพื้นที่มั่นใจได้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเกาะติดสถานการณ์และรับฟังเสียงของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อขจัดปัญหาความเดือดร้อนให้หมดไปอย่างเด็ดขาด




