หน้าแรก ในประเทศ ปปป.จับอีกราย...

ปปป.จับอีกราย! เจ้าหน้าที่อบต.หญิง ร่วมกับนายกเฮง พัวพันคดีนายหน้าโกงสอบท้องถิ่น

27.08.26 | 13:50 น.

ปปป.จับอีกราย เจ้าหน้าที่อบต.ตองปิด ศรีสะเกษ ร่วมกับนายกเฮง เรียกรับเงินผู้เสียหายสอบข้าราชการท้องถิ่น


ต่อมาเวลา 12.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม ภายหลังจับกุม นายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง ได้แล้ว พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.สั่งการให้ตำรวจ กก.3.บก.ปปป. อีกชุดนำกำลังไปจับกุม นางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ อบต.ตองปิด ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่57 /2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน ได้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ

หลังร่วมกับนายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง เรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ต้องการสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า นางนวพร นั้นถูกกล่าวหาว่าร่วมกับ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 650,000 บาท โดยอ้างเป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น

Advertisement

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ราย ในข้อหาเป็นคนกลางเรียกรับสินบน และเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ ก่อนเข้าดำจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย และนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานถึงพฤติการณ์ของคดีว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียหายได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนางนวพร ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด ก่อนที่ช่วงปี 2566 นางนวพรจะชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมกล่าวอ้างว่า นายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” ได้รับโควตาและสามารถช่วยเหลือบุคคลให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้หลายตำแหน่ง

ต่อมาประมาณกลางปี 2566 ผู้เสียหายและนางนวพรเดินทางไปยังบ้านของนายประวิทย์ เมื่อไปถึงพบกับนายประวิทย์และบุคคลอื่นอีกหลายราย ผู้เสียหายจึงแจ้งความประสงค์ “ขอจองตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2”

โดยนายประวิทย์และนางนวพรกล่าวอ้างว่า จะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินสดจำนวน 100,000 บาท เพื่อจองตำแหน่ง พร้อมได้รับแจ้งว่า หากมีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่าน จะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือให้ครบจำนวน 650,000 บาท

หลังจากนั้น นางนวพรยังเดินทางไปพบบิดาและมารดาของผู้เสียหายที่บ้าน และชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครสอบบรรจุครู สพฐ. โดยอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ ทำให้บิดาของผู้เสียหายนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อจำนวน 270,000 บาท ก่อนที่วันที่ 17 พ.ค. 2567 ผู้เสียหายจะฝากเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารของนางนวพร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปรากฏว่าผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก จึงติดตามทวงถามเงินคืนเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้รับเงินคืน

ต่อมาเมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับสมัครสอบอีกครั้ง นางนวพรได้ให้ผู้เสียหายสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2 พร้อมให้ชำระเงินแก่นายประวิทย์เพิ่มอีก 280,000 บาท
กระทั่งวันที่ 24 พ.ย. 2568 ผู้เสียหายพร้อมสามีเดินทางไปส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวที่บ้านของนายประวิทย์

โดยนายประวิทย์และนางนวพรยังกล่าวอ้างว่า เงินจะถูกนำไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ และหากชำระเงินครบถ้วนก่อน ผู้เสียหายจะมีรายชื่ออยู่ในลำดับต้น ๆ ด้วย รวมแล้วผู้เสียหายส่งมอบเงินทั้งสิ้น 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 650,000 บาท

แต่ภายหลังประกาศผลสอบกลับปรากฏว่าไม่ผ่านการคัดเลือก เมื่อผู้เสียหายติดตามทวงถามเงินคืน กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายประวิทย์และนางนวพรตามกฎหมาย

พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย และวางแผนเข้าจับกุมดำเนินคดีดังกล่าว