หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ สั่ง ...

พิพัฒน์ สั่ง รฟท.ถกซีพี ยืดเดิน แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 1-3 เดือน ก่อนส่งต่อ รฟฟท.บริหาร

28.08.26 | 11:47 น.
พิพัฒน์

พิพัฒน์ สั่ง รฟท.ถกซีพี ยืดเดินแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่ออีก 1-3 เดือน ก่อนส่งต่อ รฟฟท. บริหารต่อ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการเจรจาระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เกี่ยวกับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานรฟท. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ผู้รับสัมปทาน ในประเด็นดังกล่าวต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1. ส่วนที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับเอกชน และ 2.ส่วนที่รฟท.รับผิดชอบ โดยในส่วนของการส่งมอบพื้นที่นั้น รฟท.ยืนยันว่าได้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับสัมปทานครบ 100% และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว ดังนั้น หากมีประเด็นเกี่ยวกับการผิดสัญญาหรือการส่งมอบพื้นที่ รฟท.ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามสัญญาอย่างครบถ้วน


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วน กรณีที่เอกชนแจ้งความประสงค์ขอยุติการดำเนินกิจการและหยุดเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันสิ้นสุดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น ตนได้แจ้งให้ทาง รฟท.เจรจาหารือกับเอกชนเพื่อขอยืดระยะเวลาการเดินรถออกไปก่อนประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้มีเวลาเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการ และหากเอกชนไม่สามารถเดินรถต่อได้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) บริษัทลูกของ รฟท. เข้ามารับช่วงบริหารจัดการเดินรถต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ถือเป็นสัญญาหลัก ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และไม่ได้อยู่ในอำนาจโดยตรงของกระทรวงคมนาคม โดยอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งต้องเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้พิจารณาต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินระยะเวลาชัดเจน ได้ว่าการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ จะใช้เวลายืดนานเพียงใด แต่ยืนยันว่า ในส่วนการบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งเจรจากับภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางให้การเดินรถสามารถดำเนินต่อเนื่องและไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน

Advertisement