กองทุนน้ำมันติดลบ 8.04 หมื่นล้าน ปรับอัตราใหม่ 1 ก.ย. อุดหนุนดีเซล 4.73 บาทต่อลิตร เบนซินส่งเข้ากองทุน 6.05 บาท
เมื่อวันที่ 1 กันยายน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 พบว่า กองทุนมีฐานะสุทธิติดลบ 80,472 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 40,867 ล้านบาท และ บัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ติดลบ 39,605 ล้านบาท
จากข้อมูลฐานะกองทุน พบว่ามีสินทรัพย์รวม 37,491 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้สินรวม 117,963 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะกองทุนสุทธิยังคงติดลบกว่า 8 หมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกประกาศฉบับที่ 139 พ.ศ.2569 กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
สำหรับน้ำมันกลุ่มดีเซล กำหนดให้ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาพรีเมียม ส่งเงินเข้ากองทุนในอัตรา 1.50 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเรื่องไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ให้ส่งเงินเข้ากองทุน 1.00 บาทต่อลิตร
ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนช้า ส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตา ส่งเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
ด้านน้ำมันเบนซิน กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 6.05 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ยังได้รับการชดเชยจากกองทุน โดยแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้รับชดเชย 1.12 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ได้รับชดเชย 4.73 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ได้รับชดเชย 9.28 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ได้รับชดเชย 4.80 บาทต่อลิตร และ E85 ได้รับชดเชย 3.21 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การปรับอัตราดังกล่าวมีขึ้นภายใต้กรอบนโยบายบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม บรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการบริหารฐานะกองทุนที่ปัจจุบันยังติดลบกว่า 8 หมื่นล้านบาท.







