หน้าแรก ภูมิภาค ส.ธุรกิจพัทยา...

ส.ธุรกิจพัทยาชี้เรือสหรัฐจอดไทยรอบนี้ มองเม็ดเงินไม่มหาศาลแต่ได้ภาพลักษณ์เต็มๆ

3.09.26 | 16:08 น.

ส.ธุรกิจพัทยา ชี้ เรือสหรัฐจอดไทยรอบนี้ มองเม็ดเงินไม่มหาศาลแต่ได้ภาพลักษณ์เต็มๆ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาเข้าสู่วันที่ 2 หลังมีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) และเรือร่วมขบวน ทยอยขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 โดยภาคธุรกิจท่องเที่ยวมองว่า การเดินทางเข้ามาของกำลังพลประมาณ 5,000 นายในช่วงโลว์ซีซั่น แม้ไม่ได้สร้างเม็ดเงินในระดับมหาศาลเมื่อเทียบกับขนาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของพัทยา แต่ช่วยสร้างความคึกคัก กระตุ้นการจับจ่าย และที่สำคัญคือช่วยเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ บรรยากาศช่วงค่ำและกลางคืนพบกำลังพลสหรัฐฯ กระจายตัวออกไปพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะย่าน Walking Street พัทยาใต้ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติยังคงออกมาเดินเที่ยวตามปกติ ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญมีสีสัน


น.ส.ชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า ช่วงนี้ตามปกติถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของพัทยา จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โรงแรมและผู้ประกอบการบางส่วนจึงใช้ช่วงเวลาดังกล่าวปรับปรุงสถานประกอบการ การมีกำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นายเดินทางเข้ามาพักผ่อนจึงถือว่าช่วยภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านภาพลักษณ์ เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเมืองพัทยา และทำให้พัทยากลับมาได้รับการพูดถึงในวงกว้างอีกครั้งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังมีเม็ดเงินจากการใช้จ่ายของกำลังพลหมุนเวียนเข้าสู่ธุรกิจต่าง ๆ ภายในเมือง

น.ส.ชุติมา ระบุว่า กำลังพลที่เดินทางเข้ามาครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากกลุ่มทหารสหรัฐฯ ที่คนพัทยาคุ้นเคยจากการฝึกร่วม Cobra Gold เนื่องจากเป็นกำลังพลประจำเรือที่ใช้ชีวิตอยู่ในทะเลมาเป็นเวลานานกว่า 200 วัน การได้ขึ้นฝั่งจึงเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อน ทำกิจกรรม และใช้บริการต่าง ๆ ก่อนกลับไปปฏิบัติภารกิจต่อ ในส่วนข้อแนะนำเกี่ยวกับพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่งนั้น น.ส.ชุติมา มองว่า ไม่ควรตีความว่าเป็นการประกาศ “พื้นที่ต้องห้าม” แต่มีลักษณะเป็นคำแนะนำและการแจ้งเตือนให้กำลังพลเพิ่มความระมัดระวัง คล้ายกับคำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุหรือความเสียหาย

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ปัจจุบันเมืองพัทยามีกล้องวงจรปิดประมาณ 3,000 ตัวสำหรับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่หลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง เมืองพัทยา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสหรัฐฯ ต่างเพิ่มความตื่นตัวและกระจายกำลังดูแลความเรียบร้อยตามพื้นที่ท่องเที่ยว น.ส.ชุติมา ยังประเมินว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวของพัทยาจะทยอยกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่มีปฏิทินกิจกรรมและอีเวนต์ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการท่องเที่ยวและบริการ

Advertisement

ส่วนผลทางเศรษฐกิจจากกำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย น.ส.ชุติมา ระบุว่า หากเทียบกับจำนวนโรงแรมและห้องพักทั้งหมดของเมืองพัทยา ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตลาด แต่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็สามารถช่วยผู้ประกอบการได้บางส่วน ทั้งด้านการใช้จ่าย การสร้างบรรยากาศ และความคึกคักในเมือง

“สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเรื่องภาพลักษณ์ ส่วนตัวเงินก็มีเม็ดเงินกลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยกระตุ้น ขณะเดียวกันก็สร้างความตื่นเต้น ความดีใจ และความคึกคักให้กับผู้ประกอบการในช่วงโลว์ซีซั่น” น.ส.ชุติมา กล่าว