หน้าแรก เศรษฐกิจ 8 ก.ย. ลุ้นเค...

8 ก.ย. ลุ้นเคาะ ไทยเที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ ลดค่าที่พัก 3 พัน แจกคูปองอีก 1 พัน กินข้าว ใช้สปา-เวลเนสได้ด้วย

7.09.26 | 16:40 น.

สุรศักดิ์ นัดถก เอกนิติ 8 ก.ย.นี้ ลุ้นเคาะไทยเที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ ททท.ตั้งเป้าปั้นรายได้ 2.7 ล้านล้านบาท


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 8 กันยายนนี้ หลังจากได้หารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะในข้อที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทาง Flash Rate หรืออัตราคงที่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรงแรมฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) กระทรวงฯ ยังคงอยากให้ดำเนินรูปแบบโครงการแบบร่วมจ่าย หรือ Co-payment สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ เนื่องจากเชื่อว่ารูปแบบนี้จะกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินส่วนตัวมาสมทบเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้เสนอขอใช้งบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ประชาชนใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส 1 ล้านสิทธิ แบ่งการสนับสนุน 2 ส่วน ได้แก่ การสนับสนุนส่วนลดค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 3,000 ล้านบาท และการสนับสนุนคูปอง (Voucher) ท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยคูปองดังกล่าวปรับเพิ่มจากโครงการก่อนหน้าที่ให้ 500 บาท และจำกัดการใช้เฉพาะร้านอาหาร ขณะที่โครงการใหม่จะขยายการใช้สิทธิไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ สปา และบริการด้านสุขภาพ (Wellness) เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวมากขึ้น

Advertisement

“การใช้ระบบโคเพย์เมนต์ เชื่อว่าน่าจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้มากที่สุด หากรัฐสนับสนุนไม่เกิน 3,000 บาท ประชาชนอาจจ่ายสมทบอีก 3,000 บาทหรือมากกว่า จะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนจริงในระบบสูงขึ้น อย่างที่บอกว่า หากเราคิดง่ายๆ ใช้สิทธิละ 3,000 บาท ก็มีโอกาสที่ประชาชนจะควักเงินส่วนตัวออกร่วมจ่ายสมทบอีก 3,000 บาทหรือมากกว่านั้น เท่ากับว่าเม็ดเงินที่จะลงไปหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจจริงในระบบจากเดิม 3,000 บาทต่อสิทธิก็จะเพิ่มมูลค่ากลายเป็น 5,000-6,000 บาทในระบบเศรษฐกิจทันที ผ่านกลไกการร่วมจ่ายของประชาชน ซึ่งจะช่วยส่งผลทวีคูณในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า” นายสุรศักดิ์กล่าว

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า เมื่อหารือร่วมกันได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว คาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า จากนั้นตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยก่อนเปิดใช้งานจริงจะต้องมีการทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ ซึ่งกระทรวงฯ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ดีขึ้น

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในด้านเป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ททท.ยืนยันจะทำให้เกิดการเติบโตไม่ต่ำกว่าปี 2568 ซึ่งตอนนี้จำนวนและรายได้อยู่สูงกว่าเป้าหมายพื้นฐานที่วางไว้แล้ว โดยเป้าหมายรายตั้งไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 7% เทียบกับปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท ส่วนเป้าหมายท้าทายปี 2570 รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบเป้าหมายเชิงท้าทายเพื่อเร่งการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยดันเป้ารายได้การท่องเที่ยวขึ้นไปแตะ 3 ล้านล้านบาท

“แม้การท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ จะเผชิญกับปัจจัยรุมเร้าทำให้ยอดรวมต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย แต่จากการประเมินล่าสุด ททท.คาดการณ์ทิศทางสถานการณ์ดูดีขึ้น สะท้อนจากคาดการณ์สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 5-6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 28-31 ล้านคน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ถูกจัดอยู่ในระดับปานกลาง (Base Case) คาดว่าจะจบที่ประมาณ 32.6-32.7 ล้านคน แต่ ททท.ยังคงมุ่งเป้าหมายการผลักดันให้ถึง 33 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่า ปี 2570 หากเอาจุดแข็งของประเทศไทยอย่างด้านเฮลท์ แอนด์ เวลเนส เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทน่าจะทำได้แน่นอน และจำนวนไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคน” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว