หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ ยันแอ...

พิพัฒน์ ยันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ไม่หยุดเดินรถหลัง 30 ก.ย. เร่งเจรจาเอกชนเดินรถต่อ 2-4 เดือน

8.09.26 | 19:33 น.

พิพัฒน์ ยันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ไม่หยุดเดินรถหลัง 30 ก.ย. เร่งเจรจาเอกชนเดินรถต่อ 2-4 เดือน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถึงสถานการณ์การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างหารือกับภาคเอกชนผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นผู้บริหารการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ในปัจจุบัน หลังเอกชนแจ้งความประสงค์ขอยุติสัญญาในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตามเงื่อนไขในสัญญาเดิม


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รฟท.ยืนยันว่าการดำเนินการตามสัญญาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่การส่งมอบงานและหยุดเดินรถทันทีในวันที่สัญญาสิ้นสุดไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ จึงขอให้ภาคเอกชนช่วยเดินรถต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 2–4 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ รฟท.เตรียมความพร้อมในการรับช่วงการให้บริการ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนรับข้อเสนอของ รฟท.กลับไปหารือภายในบริษัท และแจ้งว่าจะตอบกลับภายในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้ว่าการ รฟท.ได้เข้าหารือนายพิพัฒน์ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ยังคงรอความชัดเจนจากเอกชนตามกรอบเวลาที่นัดหมาย

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า ไม่ว่าเอกชนจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่ รฟท.มีหน้าที่ต้องทำให้การเดินรถดำเนินต่อไปโดยไม่มีการหยุดให้บริการ พร้อมยืนยันต่อผู้โดยสารว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้ รฟท.จะต้องรับภาระต้นทุนหรือภาวะขาดทุนก็ตาม

Advertisement

สำหรับแผนรองรับหลังสิ้นสุดสัญญา หากเอกชนยอมเดินรถต่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน 2–4 เดือน รฟท.จะให้บริษัทลูกเข้ามาดำเนินการต่อ โดยอาจดึงบุคลากรบางส่วนที่เคยทำงานกับบริษัทเดิมและปัจจุบันยังปฏิบัติงานอยู่กับภาคเอกชนกลับมาช่วยงาน ควบคู่กับการเสริมกำลังคนจากบริษัทลูกของ รฟท. เพื่อให้การรับช่วงบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ส่วนปัญหาการให้บริการในระยะนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เดิมแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มีขบวนรถให้บริการตามสัญญาวันละ 9 ขบวน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 4 ขบวน โดยผู้ประกอบการอยู่ระหว่างเร่งซ่อมบำรุง เพื่อเพิ่มจำนวนขบวนรถกลับมาให้บริการเป็น 5–6 ขบวน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 7 ขบวนภายใน 2–3 วันข้างหน้า

จากข้อมูลเบื้องต้น บริษัท ซีเมนส์ได้เข้าตรวจสอบสภาพขบวนรถและพบปัญหาล้อรถสึก จึงจำเป็นต้องตรวจเช็กและซ่อมบำรุงอย่างรอบคอบตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยก่อนนำกลับมาให้บริการ ขณะที่ภาคเอกชนยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการซ่อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเดินรถให้เร็วที่สุด

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงภาระทางการเงินภายหลัง รฟท.ต้องรับช่วงการเดินรถว่า การให้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มีแนวโน้มขาดทุนประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น รฟท.จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ว่างภายในสถานีรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเชิญชวนเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่อนำรายได้มาช่วยลดภาระขาดทุน

“พื้นที่เชิงพาณิชย์ที่กล่าวถึงไม่ใช่พื้นที่โฆษณา แต่เป็นพื้นที่ภายในสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีผู้ประกอบการใช้พื้นที่ไม่มากนัก จึงต้องหาวิธีเชิญชวนเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้มาช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย” นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนกรณีเงื่อนไขหรือข้อเสนอทางการเงินที่เอกชนอาจยื่นเพื่อแลกกับการเดินรถต่อชั่วคราว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่หากมีข้อเสนอเข้ามา รฟท.ต้องพิจารณาว่าจะนำงบประมาณจากแหล่งใดมาสนับสนุน โดยการตัดสินใจไม่สามารถดำเนินการโดยผู้ว่าการ รฟท.เพียงลำพัง เนื่องจากต้องเสนอให้คณะกรรมการ รฟท.พิจารณา รวมถึงหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เนื่องจากโครงการเกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุน รฟท.ในการแก้ปัญหา แต่รายละเอียดเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาอุดหนุนค่าใช้จ่ายยังต้องร่วมกันพิจารณา พร้อมย้ำว่า เอกชนเป็นบริษัทขนาดใหญ่และเชื่อว่าจะให้คำตอบตามกรอบเวลาที่แจ้งไว้

สำหรับข้อเสนอของบริษัท ซี.พี.ที่อาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางการเงินหรือการเดินรถ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้หากไม่มีรายละเอียดและประเด็นที่ชัดเจน เนื่องจากข้อเสนอใดที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขทางการเงิน ต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด รฟท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีการรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นเรื่องการเจรจาระหว่าง รฟท.กับผู้ประกอบการโดยตรง ส่วนประเด็นสัญญาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะต้องรอหารือกับนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ขอให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการประจำสบายใจได้ว่า หลังวันที่ 30 ก.ย. และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. การเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะยังให้บริการต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดเดินรถอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือภาวะขาดทุนอย่างไร เราก็ต้องหาทางรับผิดชอบและหาเงินมาอุดหนุนให้ได้” นายพิพัฒน์ กล่าว