ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคง GDP ที่ 2.0%
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 2.0% โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะชะลอลงจากครึ่งปีแรก โดยมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยพยุงการบริโภคในไตรมาส 3/2569 ได้บางส่วน ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐ และภาวะเอลนีโญ ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อเร่งขึ้นในไตรมาส 4/2569 โดยคาดเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2569 ที่ 1.8% ขณะที่ กนง.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ต่อเนื่อง
ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569 และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่คาดว่าแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยมองว่าสถานการณ์ได้ผ่านช่วงที่กดดันมากที่สุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 2.0% โดยเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงจากแรงส่งของการส่งออกที่แผ่วลงหลังเร่งตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่การบริโภคยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแรง แม้ในไตรมาส 3/2569 จะได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ
ด้านการลงทุนภาคเอกชนคาดว่ายังขยายตัวในระดับสูงจาก FDI อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดผลบวกต่อ GDP และกดดันดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดให้อ่อนแอลง ด้านความเสี่ยง ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ความเสี่ยงจากเอลนีโญ่และมาตรการการค้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้า
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.00% จนถึงสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระยะนี้ เป็นเพราะปัจจัยจากฝั่งเงินดอลลาร์ฯ ทำให้ในช่วงที่เหลือของปียังต้องติดตาม
สัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ด้านแนวโน้มสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คาดว่าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะประคองแรงส่งเหนือ 5.0% YoY ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในภาพรวมปี 2569 ไว้ที่ 0.5% YoY เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายถึงเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับสินเชื่อรายย่อยที่ยังอยู่ในกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP (Debt Deleveraging) ด้านคุณภาพสินเชื่อ สัดส่วนเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.76% ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เข้าหากรอบคาดการณ์ที่ 2.80-3.00% ณ สิ้นปี 2569 แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลให้สัดส่วนหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ไหลกลับมาเป็นเอ็นพีแอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น
ขณะที่ ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของมูลค่านำเข้ารถยนต์ทั้งหมดของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้ง BEV และรถยนต์ไฮบริด โดยใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับจากการนำเข้าสู่การผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ดี การกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศและการกำกับติดตามการดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของมาตรการในระยะยาว หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยหนุนให้ปริมาณการผลิตรถยนต์ของไทยพลิกกลับมาขยายตัวได้ในปี 2570 จากที่คาดว่าจะหดตัวประมาณ 1.8% ในปี 2569



