ประเทศส่งออกข้าวโลก วิ่งหาออเดอร์รับเทศกาลปีใหม่ พ่อค้าไทย ลุ้นประคองเป้า7ล้านตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าโลกมีความผันผวนมากขึ้น และกังวลว่าไทยจะสูญเสียประเทศหลักของการส่งออกข้าวโลก โดยเฉพาะการรุกส่งออกข้าวโลกของประเทศในอาเซียนด้วยกัน ปัจจัยทำให้ไทยแข่งขันได้ยากขึ้น คือ ราคาข้าวไทยแพงกว่าประเทศอื่น 2. ประเทศคู่แข่งใหม่ๆเพิ่มขึ้น 3. ชนิดข้าวไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่น 4. สภาพเศรษฐกิจโลกทำให้ประเทศนำเข้าพิจารณาเรื่องราคาเป็นอันดับแรกมากขึ้น ดังนั้น ถ้าประเทศไทยคงรักษาระดับปริมาณส่งออกข้าวเฉลี่ยเดือนละ 5.7 แสนตันของช่วงที่เหลือของปีนี้ จากช่วงมกราคม-25 สิงหาคม ที่มียอดสะสม 4.6 ล้านตัน ก็จะทำให้ทั้งปี 2569 ไทยจะส่งออกได้ 6.9 ล้านตัน ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายตั้งไว้ 7 ล้านตัน โดยอินเดียยังเป็นผู้นำตลาดข้าวโลก ส่วนไทยใกล้เคียงเวียดนาม
นายชูเกียรติ กล่าวว่า ยกตัวอย่าง การเจรจาขายข้าวรัฐต่อรัฐ(จีทูจี)ของไทยกับจีน ที่กำลังเจรจาราคาขายข้าวขาว 5% อีก 6 หมื่นตันกับรัฐวิสาหกิจของจีน(COFCO) ซึ่งหากราคาเกิน 450 เหรียญสหรัฐต่อตัน เชื่อว่าขายได้ยาก และที่ผ่านมาจีนนำเข้าจากปากีสถานที่ขายเฉลี่ย 410 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้ 7 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกไปจีนแค่ 1.7 แสนตัน ในส่วนนี้เป็นจีทูจีล็อตแรก 4 หมื่น ตัน ที่เหลือเป็นเอกชนขายตรง เทียบปีก่อนหายไปถึง 58% หรือที่ส่งออก 4.7 แสนตัน หรือ ข้าวหอมมะลิ หลายประเทศหันนำเข้าจากกัมพูชา เพราะราคาต่ำลงมาก เดิมข้าวหอมมะลิ(ผกามาลี)กัมพูชา ขายต่ำกว่าไทย 50-80 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตอนนี้ห่างกันถึง 400 เหรียญสหรัฐ ล่าสุดข้าวหอมมะลิไทยอยู่ที่ 1,150 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่หอมมะลิกัมพูชาแค่ 820 เหรียญสหรัฐ
“เดือนสิงหาคมได้พบปะผู้นำเข้าของจีนและฮ่องกง พูดเหมือนกันคือ ข้าวหอมกัมพูชาถูกกว่าไทยมาก ทำให้ผู้นำเข้าหันไปซื้อกัมพูชา เพราะเมื่อนำไปขายปลีกในประเทศแม้จะกำหนดราคาต่ำลง แต่ได้กำไรเพิ่มขึ้น อีกทั้งมองว่าคุณภาพเหมือนๆกัน อีกทั้งกัมพูชามีการพัฒนาเรื่องการสีแปรข้าวได้ทันสมัยขึ้น เฉพาะข้าวหอมมะลิไทยไปจีน 7 เดือนจึงเหลือ 1.7 หมื่นตัน จากปกติต้องเกิน 4-5 หมื่นตัน ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเพิ่มกำลังผลิตและกำหนดราคาต่ำกว่าไทย แม้วันนี้กัมพูชาผลิตข้าวเปลือกได้ 10 ล้านตัน แต่ 2 ใน3 ก็เร่งส่งออก” นายชูเกียรติ กล่าว
นายชูเกียรติ กล่าวว่า แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนส่งออกข้าวไทย จากความกังวลและเพิ่มสต๊อกข้าวของประเทศนำเข้าสำคัญ อย่างฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ที่ยังซื้อไทยต่อเนื่องและมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าถึงปีหน้า 2570 เนื่องจากกังวลผลกระทบจากภาวะซุปเปอร์เอลนีโญ และประเทศผู้ผลิตเจอต้นทุนข้าวในประเทศสูงขึ้นไม่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อล่วงหน้า ทำให้กังวลต้องแบกรับภาวะขาดทุน ทำให้เกิดการเบี้ยวส่งมอบ จึงเป็นโชคดีของประเทศไทย เพราะไม่เคยมีปัญหาเรื่องคุณภาพและการส่งมอบ ทำให้แม้ราคาข้าวไทยจะสูงกว่าประเทศอื่นแต่ประเทศผู้นำยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อการส่งมอบข้าวตรงเวลา จนไม่กระทบต่อสต๊อกในประเทศ
“ช่วงเข้าเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ หลายประเทศจะเพิ่มสต๊อกเพื่อรองรับการบริโภคที่มากกว่าปกติ จึงเริ่มเจรจานำเข้าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะตะวันออกกลาง อย่างอิรัก อิหร่าน หรือ แอฟริการใต้ ขณะที่ตลาดสหรัฐและยุโรปยังพิจารณาเรื่องราคาถูกกว่าไทยอยู่ ซึ่งก็เป็นช่วงที่ประเทศส่งออกเร่งหาคำสั่งซื้อในช่วงนี้ ถือว่าเป็นช่วงการแข่งขันที่สูงก่อนหยุดปีใหม่” นายชูเกียรติ กล่าว
สำหรับราคาส่งออกข้าว ณ ต้นเดือนกันยายน ในส่วนข้าวขาว 5% ราคาไทยตันละ 450-455เหรียญ เวียดนาม 425-430 เหรียฐญ ปากีสถาน 410-415 เหรียญ เมียนมา 500 เหรียญ อินเดีย 365-370 เหรียญ(แต่ยังเป็นข้าวฤดูกาลเก่า ซึ่งไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในเอเชียราคาจึงต่ำอยู่มาก)



