ปีเดียว บริจาค e-Donation แตะ 23,000 ล้าน สรรพกร จ่อหารือพศ. ลุย เก็บภาษีวัด
วันที่ 11 กันยายน นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้พยายามผลักดันระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) มาโดยตลอด และในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่กรมสรรพากรกำหนดให้การบริจาคเงินแก่องค์การกุศล รวมถึงวัดวาอารามต่างๆ จะต้องทำผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น ผู้บริจาคจึงจะสามารถนำยอดบริจาคดังกล่าวมาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา
ปัจจุบันมีศาสนสถานของทุกศาสนาเข้าร่วมในระบบ e-Donation แล้วประมาณ 46,000 แห่ง โดยในจำนวนนี้เป็นวัดพุทธถึง 43,000 แห่ง จากจำนวนวัดทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 45,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ามีวัดเข้าร่วมระบบเกือบทั้งหมดแล้ว สำหรับยอดการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ทั้งระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งวัด มูลนิธิ สมาคม โรงเรียน และโรงพยาบาล ในปีงบประมาณ 2568 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 34,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดสะสมของปีงบประมาณปัจจุบันมีจำนวน 23,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของหน้าที่ทางกฎหมายภาษีอากรของวัด กรมเน้นย้ำว่า วัดยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากวัดมีการจ่ายเงินค่าว่าจ้างก่อสร้างหรือค่าเช่าใดๆ วัดมีหน้าที่ที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยกรมได้ประสานงานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาโดยตลอด และได้นัดหมายหารือร่วมกันในวันที่ 22 กันยายนนี้ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจทั้งในประเด็นระบบ e-Donation และแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายภาษีของวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับประเด็นการยักยอกเงินและฟอกเงินของวัดที่เป็นกระแสข่าวในขณะนี้ วัดดังกล่าวได้สมัครเข้าร่วมระบบ e-Donation เรียบร้อยแล้ว แต่มูลนิธิของวัดนั้นไม่ได้เป็นองค์การสาธารณกุศล และในแง่ของกฎหมายถือเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากวัด ดังนั้น หากมูลนิธิดังกล่าวมีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินบริจาค ก็จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษีและต้องยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ง.ด. 55) ตามกฎหมาย แต่หากเป็นรายได้ที่มาจากเงินบริจาคก็จะได้รับการยกเว้นภาษีตามปกติ



