สงคราม จี้ เอกณัฐ แจงเหตุปรับราคาน้ำมันเกือบ 2 บาทในเดือนเดียว ชี้เกษตรกร น้ำตาตก ต้นทุนการเกษตรพุ่งขึ้นทันที หลังราคาน้ำมันสูงกระทบรายได้เกษตรกรทั่วไทย
เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัทผู้ค้าน้ำมันประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันที่เกษตรกรใช้มากที่สุดทะลุ 40.69 บาท/ลิตร ทั้งนี้ การปรับราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบกับคนไทยทั้งประเทศ ไม่เพียงแต่คนใช้รถในเมืองเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่อาชีพที่เรียกได้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ อย่างเกษตรกรไทยกลับเป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล
นายสงคราม กล่าวว่า เพราะเกือบทุกขั้นตอนในวงจรการผลิตพืชผลทางการเกษตรล้วนมีพลังงานเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การเตรียมดินไปจนถึงมือผู้บริโภค เมื่อน้ำมันแพง ค่าจ้างรถไถ รถเกี่ยวข้าว และเครื่องสูบน้ำจึงปรับตัวสูงขึ้นทันที ชาวนาต้องรับภาระที่เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาพลังงาน เมื่อน้ำมันขึ้นราคา ค่าจ้างเกี่ยวข้าวต่อไร่จะปรับตัวสูงขึ้นตามทันที จากไร่ละ 450 เป็น 500-600 บาท ต่อรอบทำให้เกษตรกรมีรายจ่ายต่อไร่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากราคาสินค้าเกษตรไม่ขยับตาม พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะจะส่งผลให้ต้นทุนสูงกำไรหด
นายสงคราม กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวรัฐบาลควรเร่งหาทางออกให้เกษตรกรและประชาชนที่ต้องแบกรับภาระ โดยเฉพาะนายเอกณัฐ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ก่อนหน้านี้ออกมายืนยันว่าจะออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้มากที่สุด ในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว นายเอกณัฐ ควรที่จะเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพราะหากปล่อยไว้จะส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น น่าประหลาดใจที่ผ่านมากระทรวงพลังงานอ้างว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยมีเพียงพอ และการสั่งน้ำมันจากตลาดโลกต้องใช้เวลาในการขนส่งน้ำมันดิบมาไทยไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แต่ล่าสุดตลาดโลกมีข่าวปรับราคาน้ำมันไม่ถึงสัปดาห์ราคาน้ำมันในไทยปรับราคาทันทีเกือบ 2 บาทต่อลิตรในเดือนเดียว ใครได้ประโยชน์ประชาชนหรือผู้ค้าน้ำมัน ในขณะที่คนหาเช้ากินค่ำ เกษตรกรต้องแบกปรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เหมาะสมหรือไม่



