วราวุธแจ้งท่วมอุตฯ 55 จังหวัด สูญ 147 ล้าน 4,216 ราย กทม.อ่วมสุดเสียหาย 1,114 ราย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดของศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (ศูนย์ CMC) ณ วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบในพื้นที่ 55 จังหวัด รวม 4,216 ราย ประกอบด้วย โรงงานอุตสาหกรรม 126 ราย ผู้ประกอบการ SMEs 4,006 ราย วิสาหกิจชุมชน 82 ราย และเหมืองแร่ 2 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวม 147.84 ล้านบาท จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,114 ราย สมุทรปราการ 499 ราย ปราจีนบุรี 405 ราย ระยอง 272 ราย และปทุมธานี 232 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ สระแก้ว 58.17 ล้านบาท นครปฐม 16.65 ล้านบาท สมุทรปราการ 14.34 ล้านบาท ปทุมธานี 14.15 ล้านบาท และจันทบุรี 9.58 ล้านบาท
รง.95%วอนช่วยด้านการเงิน
นายวราวุธ กล่าวว่า จากการสำรวจส่วนใหญ่ 95% ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ประมาณ 5% ต้องการความช่วยเหลือที่มิใช่การเงิน เช่น ต้องการระบายน้ำออกจากพื้นที่รอบโรงงาน ขอกระสอบทราย ถุงบิ๊กแบ็ค เครื่องสูบน้ำ ขอถุงยังชีพน้ำดื่มของจำเป็น และการฟื้นฟูซ่อมแซมอาคาร ทำความสะอาด ซ่อมเครื่องจักร อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และการขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ด้านการช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังได้ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์และวิดีโอคอล ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วจะจัดทีมลงพื้นที่ตามลำดับความเร่งด่วน โดยมีแผนเริ่มดำเนินการทันทีในสัปดาห์หน้า ขณะนี้มีผู้ประกอบการแจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 200 ราย
นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม มีการแจกถุงยังชีพแล้ว 9,100 ถุง รวมถึงถุงยังชีพช่วยเหลือพนักงานโรงงานและประชาชนที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีและจันทบุรีอีก 560 ถุง พร้อมสนับสนุนถุงบิ๊กแบ็ค 150 ถุง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประสานผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดใหญ่และเหมืองแร่ ร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค กระสอบทราย และรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิง ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดเตรียมถุงบิ๊กแบ็คอีก 1,000 ถุง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ร้องขอ พร้อมเปิดสายด่วน 1564 รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้
ระดมสินเชื่อ-พักชำระหนี้ช่วยรง.
นายวราวุธ กล่าวถึงการฟื้นฟูผู้ประกอบการ ว่า จะเร่งให้สถานประกอบการกลับมาเดินเครื่องจักรและดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้าโครงการ Rebuild SMEs ส่งทีมนักวินิจฉัยสถานประกอบการประเมินสุขภาพธุรกิจ วิเคราะห์ปัญหา และจัดผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละราย ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมออกประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่โรงงานในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูกิจการ ส่วนมาตรการทางการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พร้อมมาตรการเติมทุนฉุกเฉินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ส่วนกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน
นายวราวุธ กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดเตรียมสินเชื่อ เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ วงเงินรวม 50 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้รายเดิมชั้นดี ให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 4 เดือน ลดภาระค่างวดรายเดือน 50% เป็นเวลา 6 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี และสามารถขอรีไฟแนนซ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถขอสินเชื่อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อรายหรือกิจการ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งระดมทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ การฟื้นฟูสถานประกอบการ และการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกลับมาดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง



