สำรวจโรงงาน 77% อยากให้ช่วยเงินทุน วราวุธเร่งอัดสินเชื่อ ฟื้นธุรกิจสูญ 18,000 ล้าน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลกระทบจากอุทกภัย ว่า ข้อมูลศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,635 ราย ใน 59 จังหวัด ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 18,205.63 ล้านบาท แบ่งเป็นสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 17,845.69 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรม 359.94 ล้านบาท โดยจังหวัดชลบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 17,896.67 ล้านบาท
จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี และชลบุรี ในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอี โรงงานอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุมชน สะท้อนแรงกดดันต่อภาคธุรกิจทั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูทั้งการผลิตและสภาพคล่องเพื่อให้กลับมาดำเนินกิจการได้ ทั้งนี้ CMC ทำการประเมินความเร่งด่วนไปแล้ว พบผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยความต้องการอันดับแรกคือ เงินทุนฟื้นฟูกิจการ รองลงมา เป็นการแก้ไขความเสียหายของธุรกิจโดยรวมและการซ่อมแซมเครื่องจักร
นายวราวุธกล่าวว่า ด้านมาตรการทางการเงิน SME D Bank ดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน มีผู้เข้าร่วม 539 ราย วงเงินรวม 1,807.32 ล้านบาท ควบคู่กับสินเชื่อ DIPROM Pay วงเงิน 50 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมเร่งประสานการซ่อมแซมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และอาคาร ตลอดจนตรวจสอบความปลอดภัยของโรงงานหลังน้ำลด โดยเฉพาะสถานประกอบการที่จัดเก็บหรือใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วมขังหลายวันและเริ่มเน่าเสีย อาทิ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ชัยนาท นครนายก โดยส่งมอบกากน้ำตาล 16,000 ลิตร เพื่อทำเป็นน้ำหมักได้ 80,000 ลิตร เพื่อแจกให้ไปใช้บำบัดน้ำเสีย ถุงยังชีพกว่า 15,468 ถุง และยังมีถุงยังชีพ ถุงบิ๊กแบ๊ก กระสอบทราย และทราย ไว้ให้หน่วยงานภาครัฐ สถานประกอบการ หากมีความต้องการสามารถขอรับสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมได้อีกช่องทางหนึ่ง



