ปตท. เปิดสรรหา CEO คนใหม่ ต้องมีประสบการณ์บริหารองค์กรรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน/ปี
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ออกประกาศเรื่องการรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ประธานคณะกรรมการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในประกาศ เพื่อคัดเลือกผู้มีความเหมาะสมเข้าบริหารจัดการองค์กรพลังงานชั้นนำของประเทศ
สำหรับขั้นตอนและกำหนดการรับสมัครนั้น คณะกรรมการสรรหากำหนดเปิดให้ผู้สนใจขอรับใบสมัครได้ที่ ฝ่ายเลขานุการบริษัท ชั้น 24 อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต หรือดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ www.pttplc.com
ส่วนการยื่นใบสมัคร กำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 ระหว่างเวลา 08.30-17.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) โดยผู้สมัครต้องนำส่งเอกสารด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นยื่นแทน ณ ฝ่ายเลขานุการบริษัท ชั้น 24 อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่
ในส่วนของคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ทางด้านธุรกิจพลังงาน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และต้องมีประสบการณ์บริหารองค์กรขนาดใหญ่ ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
- ผู้บริหารภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ “รองผู้บริหารสูงสุด” ขององค์กรนั้นที่มีรายได้ (Turnover) ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี โดยต้องนำส่งงบการเงิน โครงสร้างองค์กร หรือรายงานประจำปี (Annual Report / Form 56-1 One Report) ขณะดำรงตำแหน่งมาแสดงประกอบ
- ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ “รองผู้บริหารสูงสุด” ของหน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป
นอกจากนี้ ต้องเป็นผู้มีความรอบรู้และความสามารถสูงในการตัดสินใจ การสั่งการ การแก้ไขปัญหา และการนำองค์กรไปสู่ทิศทางและเป้าหมายตามนโยบายของคณะกรรมการ ปตท. รวมทั้งมีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และสามารถติดต่อประสานงานได้เป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่าง
สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร ณ วันที่ยื่นใบสมัคร กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ได้แก่
- สัญชาติไทยและมีอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์
- ไม่เป็นกรรมการของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในวันที่ยื่นใบสมัคร และสามารถทำงานให้แก่ ปตท.ได้เต็มเวลา
- ไม่มีลักษณะต้องห้ามทางการเมือง ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่ง/เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
- ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด (เว้นแต่ความผิดประมาทหรือลหุโทษ) ไม่เคยถูกสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ และไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่
- ปลอดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ต้องไม่เป็น หรือภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง ไม่เคยเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลที่เป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุน หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของ ปตท. (เว้นแต่เป็นการได้รับมอบหมายจาก ปตท.)
- ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 (มาตรา 68) และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (มาตรา 89/3 และ 89/6) รวมถึงประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 เรื่องการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหาร
กระบวนการยื่นสมัคร ปตท.
กำหนดให้ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูล ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกหน้า และจัดแยกบรรจุเอกสารออกเป็น 2 ซองปิดผนึก จ่าหน้าถึง “ประธานคณะกรรมการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)” ดังนี้
ซองที่ 1 ใบสมัคร ประวัติโดยละเอียด สำเนาหลักฐานการศึกษา หลักฐานแสดงความสามารถ/ผลงาน เอกสารประจำตัว (บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน/รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป/ใบรับรองแพทย์ออกไม่เกิน 1 เดือน) หนังสือรับรองคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามเกณฑ์ Turnover หรือระดับกรม และหนังสือยินยอมการตรวจสอบข้อมูลรวมถึง PDPA
ซองที่ 2 เอกสารแสดงแนวความคิดในการบริหารจัดการ ปตท. และวิสัยทัศน์ทางด้านธุรกิจพลังงาน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4 (แบบตัวอักษร Angsana New ขนาด 16) จำนวน 7 ชุด
เงื่อนไขการจ้างและการดำรงตำแหน่ง
- วาระการดำรงตำแหน่ง คราวละไม่เกิน 4 ปี นับจากวันเริ่มดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้าง หรือจนถึงวันที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่วาระใดจะถึงก่อน
- สิทธิการต่อสัญญา เมื่อครบกำหนดสัญญาจ้างแล้ว หากมีอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นใบสมัคร สามารถเข้ารับการคัดเลือกได้อีก แต่ทำสัญญาจ้างได้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
- กรอบกฎหมายสัญญาจ้าง ลงนามสัญญาจ้างตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ มาตรา 8 จัตวา ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ประกันสังคม และเงินทดแทน
- ค่าตอบแทน อัตราเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและประสบการณ์ ตามที่ตกลงกับคณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนฯ โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. และความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
สำหรับกระบวนการคัดเลือก คณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และจะแจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นให้ผู้สมัครทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โทรสาร หรืออีเมล์ ก่อนเชิญผู้ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นเข้ารับการสัมภาษณ์ หากผู้ได้รับเชิญไม่เข้าร่วมตามกำหนดจะถือเป็นการสละสิทธิ์
หากพบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือให้ข้อมูลเป็นเท็จ ทั้งในระหว่างการสรรหาหรือหลังได้รับคัดเลือกแล้ว คณะกรรมการสรรหาฯ มีสิทธิตัดสิทธิ หรือ ปตท.สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างและดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯยังทรงสิทธิในการยกเลิก เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ ขยายเวลา หรือเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ได้ หากเห็นว่าไม่มีผู้ที่เหมาะสม โดยการเสนอชื่อผู้เหมาะสมจะส่งให้คณะกรรมการ ปตท.พิจารณา และการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการ ปตท.ถือเป็นที่สุด ซึ่งผู้สมัครต้องยินยอมสละสิทธิในการเรียกร้อง ร้องเรียน หรือฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น



