เปิดลงทะเบียนแล้ว! โซลาร์ภาคประชาชน รัฐช่วย 5 หมื่นต่อมิเตอร์ ช่วยเซฟค่าไฟ แถมได้ขายไฟคืนนำร่อง 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน ว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป็นมาตรการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับบ้านอยู่อาศัย โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือและเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินโดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
1.เงินสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อครัวเรือน เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
2.อัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน ที่การไฟฟ้าส่วนนครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับซื้อในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย นาน 10 ปี ขนาดติดตั้งไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์
3.เปิดลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์ ผ่านทางเว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง หรือ วอล์กอิน
และ 4.ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า
นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคราว 1 ชั่วโมง มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วประมาณ 6000-7000 คน
“1 ล้านสิทธิ์ที่เตรียมไว้น่าจะเพียงพอ โครงการนี้คือหัวใจสำคัญในการลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของราคาพลังงานโลกและภาวะสงคราม หากในอนาคตก๊าซธรรมชาติขาดแคลน อย่างน้อยคนไทยก็สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ทั้งบนหลังคา บนพื้นดิน และในแหล่งน้ำ ถือเป็นการสร้างความยั่งยืน ลดการพึ่งพา และลดแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก เพราะหากเรายังต้องนำเข้าพลังงานอยู่มากก็จะได้รับผลกระทบเยอะ” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งระบบ โดยไม่จำกัดแค่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ แต่รวมถึงการลงทุนระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถรับซื้อพลังงานสะอาดจากระบบโซลาร์ได้ถึงระดับหมื่นเมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปก่อนหน้านี้ แม้ไม่ได้ร่วมโครงการก็สามารถขายไฟส่วนเกินคืนเข้าระบบได้เช่นกัน โดยมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้
นานเอกนิติ กล่าวว่า ที่สำคัญคือมีการบูรณาการกับกระทรวงแรงงาน โดยท่านปลัดกระทรวงฯ ให้เข้ามาเป็นโครงการเดียวกันในเรื่องของการฝึกอบรม (Training) เพราะต้องเปลี่ยนผ่านเยอะและต้องใช้แรงงาน โดยจะสามารถพัฒนาคนและ Reskill คน ให้มาช่วยในการประกอบและติดตั้ง ซึ่งวันนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ใช้โครงการนี้อยู่ ทั้งนี้ เมื่อสักครู่มีข้อสังเกตจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะให้เอาคนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่อาจจะหลุดจากบัตรสวัสดิการและไม่ได้หลุดสวัสดิการ มาเข้าร่วม เดี๋ยวทางกระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-60 ปี ซึ่งมีถึง 5 ล้านคน ให้กับกระทรวงแรงงานไปช่วยเทรน เพื่อให้เขามีรายได้ที่ยั่งยืนจากเดิมที่อาจจะมีรายได้น้อย ถือเป็นการปฏิรูปทั้งระบบ สร้างงานและสร้างรายได้ให้กับคนไทยด้วย

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่หากประชาชนอยากใช้อุปกรณ์ที่ดีขึ้นและยอมจ่ายเพิ่มก็สามารถทำได้ โดยรัฐบาลจะช่วยค่าติดตั้งที่ 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนเช่นกัน
นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อในการสนับสนุนค่าติดตั้งส่วนที่เหลือ ทั้ง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธอส. , และ ธ.ก.ส. จะมีเงื่อนไขเดียวกันในการปล่อยกู้สินเชื่อ คือ ดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลา 7 ปี และไม่ได้ดูที่เครดิตผู้กู้ เนื่องจากหลักประกันคือระบบโซลาร์ทั้งหมดที่สามารถทำไฟแนนซ์ตัวเองได้ ทำให้ความเสี่ยงของธนาคารมีน้อย โดนประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแรกในการติดตั้ง ซึ่งธนาคารจะปล่อยกู้เต็มจำนวน 140,000 บาท เพื่อจ่ายค่าอุปกรณ์และติดตั้งไปก่อน จากนั้นธนาคารจะไปเบิกเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐบาล มาหักลบยอดหนี้ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนเหลือยอดหนี้ที่ต้องผ่อนชำระจริงเพียง 90,000 บาท
นายลวรณ กล่าวว่า ยกตัวอย่าง หากเรามีค่าไฟปกติ 4,000 บาทต่อเดือน เมื่อติดโซลาร์ 5 กิโลวัตต์ ใช้กลางวัน 40% จะประหยัดไปกว่า 1,100 บาท ส่วนอีก 60% ขายคืนที่ราคา 2.20 บาท จะได้อีกกว่า 700 บาท รวมประหยัดได้ 1,800 บาท ทำให้บิลค่าไฟเหลือ 2,200 บาท เมื่อนำไปรวมกับค่าผ่อนรายเดือนอีกประมาณ 1,100 บาท จะรวมเป็น 3,200 – 3,300 บาท เทียบกับค่าไฟเดิม 4,000 บาท ประชาชนจะเซฟเงินได้ 700 บาททันที และเมื่อผ่อนครบ 7 ปี ก็ไม่ต้องจ่าย 1,100 บาทให้แบงก์อีก เงินส่วนนี้จะกลับมาที่เจ้าของบ้านเต็มที่ ทั้งนี้ ระหว่าง 7 ปีที่ผ่อนธนาคาร จะมีการรับประกันและมาทำความสะอาด (Maintenance) แผงให้ด้วยเพื่อให้คุณภาพดีตลอดเวลา”
นายลวรณ กล่าวว่า โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนใช้งบประมาณกว่า 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย แผงโซลาร์ 50,000 ล้านบาท, สมาร์ทมิเตอร์ 1-2 หมื่นล้านบาท และโครงการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ขอเงินกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปเทรนคนว่างงานให้เป็นช่างลูกมือติดตั้งโซลาร์
นายลวรณ กล่าวว่า ด้านการดำเนินการ ปัจจุบันมีผู้รับเหมา (Vendor) ในระบบการไฟฟ้าประมาณ 400 ราย ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแต่ละรายกำลังเพิ่มจำนวนทีมติดตั้ง เช่น จาก 3 ทีมเป็น 5-10 ทีม เพื่อมารองรับโอกาสนี้ โดย 1 ทีมใช้เวลา 3 วัน สามารถติดตั้งได้สูงสุด 11,000 หลังต่อเดือน ที่สำคัญประชาชนสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ Walk-in โดยต้องใช้ชื่อเจ้าของมิเตอร์เป็นหลัก หากไม่ใช่เจ้าของต้องไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจะให้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 มิเตอร์ และมีระบบกลางตรวจสอบเพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อซ้ำซ้อน




