คลังเผยดัชนีเชื่อมั่นภูมิภาค ต.ค. 69 ‘ใต้-อีสาน’ นำโด่งรับท่องเที่ยวฟื้น เตือนเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงโลก ต้นทุนพลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง
เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (RSI) ประจำเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นผลจากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงขยายตัวได้ดี
นายวินิจ กล่าวว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม ทางด้านผู้ประกอบการยังคงติดตามประเด็นความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ทั้งจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
อานิสงส์ท่องเที่ยว-เกษตร ดัน ‘ใต้-อีสาน-เหนือ’ เชื่อมั่นพุ่ง
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดดัชนีรายภูมิภาคนั้น ภาคใต้อยู่ในระดับสูงสุดที่ 72.5 ชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้จากแรงหนุนของภาคบริการและอุตสาหกรรม การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงอุปสงค์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 72.2 รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว และการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตรสำคัญ ทั้งข้าวนาปี ข้าวนาปรัง อ้อย และมันสำปะหลัง ที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวดีขึ้น
นายวินิจ กล่าวว่า ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 71.4 แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับปัจจัยบวกจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการจัดงานประเพณีสำคัญ ผนวกกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง
เตือนเฝ้าระวังเสี่ยงโลก-ต้นทุนพลังงาน
นายวินิจ กล่าวว่า ในส่วนของภาคตะวันออก ดัชนีอยู่ที่ระดับ 69.0 ขยายตัวจากภาคการลงทุนและอุตสาหกรรม ตามแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่น EEC พุ่งอยู่ที่ 66.9 รวมถึงความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 66.4 ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดส่งออก ตลอดจนการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
นายวินิจ กล่าวว่า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคตะวันตกอยู่ที่ 64.6 ได้รับแรงหนุนจากการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐในภาคอุตสาหกรรมและบริการ และทางด้าน กทม. และปริมณฑล ดัชนีอยู่ที่ 61.4 สะท้อนภาพการขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ ในระยะต่อไปยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยท้าทาย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนพลังงาน ภาระค่าครองชีพ และความแปรปรวนของสภาพอากาศที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น



