แบงก์ชาติ ยันเงินเฟ้อ ต.ค.พุ่งเป็นไปตามคาดการณ์ พร้อมจับตา ‘ทรัมป์’ หลังพ่ายเลือกตั้งสหรัฐ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคมออกมาใกล้เคียงกับที่ ธปท.ประเมินไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยในการประชุมดังกล่าว กนง.ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นในเดือนตุลาคม และจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับ 4% ต่อปี ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้และในไตรมาสที่ 1 ของปี 2570 จากผลของราคาน้ำมันและราคาอาหารสดซึ่งเป็นปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ แต่จะปรับลดลงอย่างมีนัยในไตรมาสที่เหลือของปี 2570 กนง.จึงมีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาวะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องมีจำกัด
นายดอน กล่าวว่า กนง.จะติดตามความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง เพื่อประกอบการตัดสินนโยบายในการประชุมครั้งต่อๆ ไป
นายดอน กล่าวว่า สำหรับผลการเลือกตั้งสหรัฐ หลังการเลือกตั้งตลาดมีความคาดหวังมากขึ้นว่า อาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้รัฐบาลสหรัฐหาทางยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก ราคา ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน จาก 3 พฤศจิกายน Brent ลดลงจาก 105.2 เป็น 96.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังคงต้องติดตามท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ หลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และอาจมีการยกระดับการโจมตีได้
ทั้งนี้ ผลต่อเงินเฟ้อไทย ราคาน้ำมันในประเทศอาจไม่ได้ปรับลดลงเร็วเท่าน้ำมันโลก เนื่องจากต้องทยอยเก็บเงินเพื่อชดเชยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ และผลต่อเงินเฟ้อโดยรวมยังขึ้นอยู่กับการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังราคาสินค้าและบริการด้วย




