หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมวิชาการฯ ย...

กรมวิชาการฯ ยัน ซีพีแรม จดทะเบียนกะเพรา 4 พันธุ์ถูกกฎหมาย

6.11.26 | 17:58 น.

กรมวิชาการฯ ยัน ซีพีแรม จดทะเบียนกะเพรา 4 พันธุ์ถูกกฎหมาย – เกษตรกรยังปลูกพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ

นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของกะเพรา 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01 แก้วจุรี 02 แก้วจุรี 03 และแก้วจุรี 04 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น กรมฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พบว่าการจดทะเบียนทั้ง 4 พันธุ์เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นางศศิญา กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมฯ ดำเนินการตรวจสอบตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียน การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน และแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ พ.ศ. 2546 โดยตรวจสอบเอกสารประกอบคำขอ ประวัตินักปรับปรุงพันธุ์ ที่มาและประวัติการปรับปรุงพันธุ์ ลักษณะสำคัญของพันธุ์ รวมถึงข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ พบว่ามีเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์


ยันกะเพรา 4 พันธุ์แตกต่างชัดเจน

นางศศิญา กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางกรม ยังตรวจสอบคุณสมบัติพันธุ์พืชใหม่ตามหลัก DUS ซึ่งประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่ Distinctness ความแตกต่างจากพันธุ์อื่นอย่างเด่นชัด Uniformity ความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันธุ์ และ Stability ความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ โดยนำไปปลูกเปรียบเทียบกับพันธุ์ CPR1 ซึ่งเป็นพันธุ์ตั้งต้น และพันธุ์เขียวใบใหญ่ 059 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงที่สุด เป็นเวลา 2 ฤดูปลูก โดยผลการตรวจสอบพบว่า กะเพราทั้ง 4 พันธุ์มีลักษณะประจำพันธุ์แตกต่างจากพันธุ์เปรียบเทียบอย่างชัดเจน ทั้งรูปร่างใบ ขนาดใบ และความหนาของใบ รวมถึงมีความสม่ำเสมอและความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด

นางศศิญา กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน กรมฯ ได้ประกาศเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคัดค้านตามสิทธิ โดยพันธุ์แก้วจุรี 01 ประกาศระหว่างวันที่ 14 พ.ย. 2566-12 ก.พ. 2567 และพันธุ์แก้วจุรี 02-04 ประกาศระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2566-27 มี.ค. 2567 เมื่อครบกำหนดไม่มีผู้ยื่นคัดค้าน จึงออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ทั้ง 4 พันธุ์

Advertisement

นางศศิญา กล่าวว่า การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ไม่ได้จำกัดสิทธิเฉพาะบริษัทเอกชนรายใด แต่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป นักปรับปรุงพันธุ์ มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ยื่นขอจดทะเบียนได้ หากมีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์พืชใหม่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย โดยผู้ยื่นคำขอทุกรายต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกัน

ไม่กระทบพันธุ์พื้นเมือง

นางศศิญา กล่าวว่า สำหรับการจดทะเบียนกะเพราทั้ง 4 พันธุ์ เป็นการให้ความคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่จดทะเบียนเท่านั้น ไม่ครอบคลุมกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปที่เกษตรกรและประชาชนใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน โดยเกษตรกรยังสามารถปลูกและใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ รวมถึงสามารถนำกะเพราพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกเพื่อบริโภค เก็บใบจำหน่าย หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อการค้า เช่น ผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่ายในลักษณะส่วนขยายพันธุ์ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน

“ผลการตรวจสอบยืนยันว่าการดำเนินการของกรมวิชาการเกษตรและการยื่นขอจดทะเบียนของบริษัท ซีพีแรม เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ นับตั้งแต่จดทะเบียนคุ้มครองกะเพราทั้ง 4 พันธุ์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่ง ยังไม่มีเกษตรกร ผู้บริโภค หรือร้านค้ารายใดร้องเรียนต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับผลกระทบจากการจดทะเบียนดังกล่าว” นางศศิญา กล่าว

นางศศิญา กล่าวว่า การคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นกลไกตามกฎหมายที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการรักษาสิทธิและประโยชน์ของเกษตรกรและประชาชนในการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชทั่วไป
ทั้งนี้ ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฯ ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ณ ศูนย์ราชการสะดวกกรมวิชาการเกษตร เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้ามาร้องทุกข์ได้