ศธ.หนุนตั้งเขตมัธยมครบทุกจังหวัด เล็งคลอด ‘อ.ก.ค.ศ.สพฐ.’  

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ ส.บ.ม.ท.ที่โรงแรมสตาร์ จ.ระยอง ซึ่งมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ร่วมบรรยายพิเศษให้ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมกว่า 2,500 ราย ว่า ที่ประชุมมีมติเลือกตนที่จะหมดวาระเป็นประธาน ส.บ.ม.ท.ให้ทำหน้าที่ประธาน ส.บ.ม.ท.ต่ออีกสมัย นอกจากนี้ ระหว่างการบรรยาย นพ.ธีระเกียรติได้แจ้งที่ประชุมให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของการดำเนินการของ ศธ.ในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1.การศึกษาของไทยมิได้ด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลที่สื่อออกมาว่าการศึกษาไทยรั้งท้ายในอาเซียนนั้น เป็นข้อมูลที่น่าจะเกิดจากวิธีการประเมิน ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่ายังไม่สะท้อนให้เห็นคุณภาพการจัดการศึกษาของแต่ละประเทศอย่างแท้จริง 2.ศธ.เห็นชอบให้มีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกจังหวัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องให้สภาการศึกษา (สกศ.) พิจารณา ก่อนจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ประกาศเพิ่มเขตต่อไป 3.กรณีศาลปกครองอุบลราชธานี มีคำสั่งให้ชะลอการย้ายผู้บริหารโรงเรียนตามเกณฑ์การย้าย ว24 นั้น ศธ.มิได้นิ่งนอนใจ โดยได้พยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาหลายแนวทาง ทั้งนี้ จะเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาให้ดำเนินการย้ายตามเกณฑ์ ว9 ในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่ยังไม่ยกเลิก และเป็นไปตามที่ศาลปกครองอุบลราชธานีชี้แนะไว้ในคำสั่งของศาล

นายรัชชัยย์กล่าวต่อว่า 4.ศธ.เห็นชอบให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และจะให้ ก.ค.ศ.ทำภาระงานเหมือนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) คือมีหน้าที่ในการร่าง และออกกฎระเบียบเท่านั้น 5.ศธ.จะเร่งสอบบรรจุครูโดยเร็วให้ทันกับความต้องการของโรงเรียน 6.รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เห็นด้วยกับการที่ ส.บ.ม.ท.เสนอให้มีกรมการมัธยมศึกษา เพราะมีความจำเป็น แต่ขอให้เสนอไปที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เพราะเป็นอำนาจของ กอปศ. 7.การดึงอำนาจตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ให้กลับคืนสู่อำนาจของเขตพื้นที่การศึกษานั้น ได้ยื่นเรื่องไปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประสานเป็นการภายในกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แล้ว ทราบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของ คสช. 8.กรณีข้าราชการครูที่ถูกกล่าวหาในคดีสนามฟุตซอลนั้น หากไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องของความทุจริต ขอให้สบายใจได้

“ผมได้สอบถามนายบุญรักษ์ถึงกรณีที่ ก.ค.ศ.ไม่ได้ดำเนินการให้จัดสอบบรรรจุบุคคลให้ขึ้นบัญชีเพื่อดำรงตำแหน่งแทนผู้อำนวยการโรงเรียนที่ว่าง ให้เสร็จสิ้นก่อนประกาศใช้เกณฑ์การย้ายเมื่อปี 2560 ส่งผลให้บรรดารองผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เสียสิทธิในการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งนายบุญรักษ์ชี้แจงว่าการพิจารณาย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่ยื่นคำร้องขอย้ายระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560 เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทุกจังหวัด ที่จะต้องกันตำแหน่งว่างของผู้อำนวยการไว้เพื่อเรียกบรรจุผู้สอบขึ้นบัญชีได้ในสัดส่วนจำนวนที่เท่ากับที่จะรับย้าย โดยจะรีบทำหนังสือแจ้งให้ กศจ.ทุกจังหวัดดำเนินการกันตำแหน่งว่างดังกล่าวไว้ เพื่อรองรับผู้ที่สอบขึ้นบัญชีผู้อำนวยการโรงเรียนได้” นายรัชชัยย์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีวราห์’ เชื่อ ‘เสี่ยอิตาเลียน’ ไม่เบี้ยว เตรียมสอบปากคำ’เปรมชัย-ภรรยา’ พรุ่งนี้ ชี้ไม่ต้องเป็นคดีพิเศษ!
บทความถัดไปมาร์คอัด สนช.ไม่รอบคอบ สร้างปัญหาส่วนรวมตลอด จี้บิ๊กตู่ร่วมแก้ ถ้านิ่ง ถือว่าสมคบคิดกัน