ลูกชายเสี่ยแหบยื่นฟ้อง รพ.ชื่อดัง ผ่าตัดชิ้นเนื้อมะเร็งบิดา เเต่ต่อมาเสียชีวิต เรียก 191 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง นายศุภวิทย์ ศุภพรโอภาส ลูกชายของ นายวิทยา ศุภพรโอกาส หรือ เสี่ยแหบ อดีตนักจัดรายการวิทยุ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เดินทางมาพร้อม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความเพื่อยื่นฟ้องละเมิดกรณีการเสียชีวิตของ นายวิทยา ศุภพรโอภาส บิดา เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 หลังเข้ารับการผ่าตัดชิ้นเนื้อมะเร็งปอดทั้งสองข้าง ที่โรงพยาบาล B (นามสมมุติ) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 เรียกค่าเสียหายจาก โรงพยาบาล เป็นทุนทรัพย์ 191 ล้านบาทเศษ
นายศุภวิทย์กล่าวว่า ตนและญาติๆ ต่างติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของนายวิทยา เนื่องจากได้ตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดเป็นอย่างดี และทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาลได้ ซึ่งหลังการผ่าตัดนายวิทยาปลอดภัย สามารถทักทายกับญาติได้ โดยพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
นายศุภวิทย์กล่าวต่อว่า แต่ปรากฏว่าคืนวันเดียวกันนั้นนายวิทยามีอาการวิกฤตจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่อาการไม่ดีขึ้นจนต้องขอยืมเครื่องพยุงปอดและหัวใจ (ECMO) มาจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งใช้ระยะเวลาขนย้ายเครื่องมาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงได้ใช้ในการช่วยเหลือชีวิต แต่ก็ต้องย้ายบิดาไปที่ห้องไอซียู ของโรงพยาบาลจุฬาฯในที่สุด จน 48 ชั่วโมงต่อมาทางทีมแพทย์ได้ยืนยันว่านายวิทยาสมองตาย จากนั้นในวันที่ 18 เมษายน 2565 บิดาก็จากไปอย่างสงบ หลังเสียชีวิตทางโรงพยาบาล B ได้เรียกทางครอบครัวเข้าไปพูดคุยและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด โดยแจ้งว่าทางโรงพยาบาลได้ทำตามขั้นตอนและมาตรฐานต่างๆ แล้ว

ลูกชายเสี่ยแหบเปิดเผยว่า ตนและญาติๆ ต่างติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนายวิทยา โดยมีข้อสงสัยหลายประการ คือ
1.การประเมินของทีมแพทย์ผ่าตัด ที่ให้ทำการผ่าตัดปอดทั้งสองข้างพร้อมกันได้ มีความถูกต้อง และได้เตรียมความพร้อมหลังผ่าตัดไว้แค่ไหน
2.เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น และบิดาตนฟื้นแล้ว เกิดเหตุการณ์อะไร ที่ทำให้อยู่ในภาวะวิกฤตอีก จนถึงขั้นต้องทำการช่วยชีวิต (ทั้งที่ห้องไอซียู ต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ครบถ้วน)
3.การช่วยชีวิตในห้องไอซียูของโรงพยาบาล B เป็นอย่างไร (การใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่งผลกระทบต่อปอดที่ทำการผ่าตัด จนปอดฉีก มีเลือดออก ถูกต้อง หรือสมควรหรือไม่) ทำให้สมองขาดออกซิเจน จนถึงขั้นวิกฤตหรือไม่
4.เมื่อมีอาการวิกฤตแล้ว และต้องใช้เครื่องพยุงปอดและหัวใจ (ECMO) แต่โรงพยาบาล B ต้องขอยืมและขนย้ายเครื่อง ECMO มาจากโรงพยาบาลจุฬา โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
“เหตุใดจึงไม่มีการเตรียม เครื่อง ECMO ไว้ที่ โรงพยาบาล B ตั้งแต่แรก และเครื่อง ECMO มาถึงช้าเกินไปหรือไม่ เเละเพราะอะไร จึงต้องรอเครื่อง ECMO ถึง 3 ชั่วโมง และเมื่อเครื่อง ECMO มาถึงแล้ว ทำไมต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯอีก ซึ่งหากไม่มีเครื่อง ECMO ที่โรงพยาบาล B ตั้งแต่แรก ควรผ่าตัดบิดาหรือไม่ ตามเหตุผลข้อเท็จจริง และข้อสงสัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมและครอบครัว จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรม ถึงเหตุจากการเสียชีวิตของบิดา ว่าเกิดจากความบกพร่อง หรือประมาทเลินเล่อของทางโรงพยาบาล B และผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร”
“วันนี้ในฐานะตัวแทนครอบครัวศุภพรโอภาส และตัวแทน บริษัท เอ็กซ์เพรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จึงได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาล B และผู้เกี่ยวข้อง ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด ตัวการ ตัวแทน และเรียกค่าเสียหาย เป็นทุนทรัพย์ 191 ล้านบาทเศษ เพื่อให้ศาลพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป” นายศุภวิทย์ระบุ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ลูกชาย ‘เสี่ยแหบ วิทยา’ แถลงแจงพ่อไม่ได้เสียเพราะโรคมะเร็ง พร้อมตั้งข้อสงสัยในการรักษา
- อาลัย ‘วิทยา ศุภพรโอภาส’ ฉายา ดีเจแหบเสน่ห์ ผู้บุกเบิก ‘ลูกทุ่ง เอฟเอ็ม’ เสียชีวิต
- ลูกชายเผยอาการป่วยมะเร็งปอด ‘วิทยา’ ก่อนเสียชีวิต จ่อแถลงข่าวสุดสัปดาห์นี้

