ลูกชาย เสี่ยแหบ ยื่นฟ้องรพ.ดัง ประมาทเลินเล่อ ทำพ่อเสียชีวิต เรียก 191 ล้านบาท

23.03.23 | 15:46 น.

ลูกชาย​เสี่ยแหบยื่นฟ้อง รพ.ชื่อดัง ผ่าตัดชิ้นเนื้อมะเร็งบิดา เเต่ต่อมาเสียชีวิต เรียก 191 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ​นายศุภวิทย์ ศุภพรโอภาส ลูกชายของ นายวิทยา ศุภพรโอกาส หรือ เสี่ยแหบ อดีตนักจัดรายการวิทยุ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เดินทางมาพร้อม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความเพื่อยื่นฟ้องละเมิดกรณีการเสียชีวิตของ นายวิทยา ศุภพรโอภาส บิดา เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 หลังเข้ารับการผ่าตัดชิ้นเนื้อมะเร็งปอดทั้งสองข้าง ที่โรงพยาบาล B (นามสมมุติ) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 เรียกค่าเสียหายจาก โรงพยาบาล เป็นทุนทรัพย์ 191 ล้านบาทเศษ

นายศุภวิทย์กล่าวว่า ตนและญาติๆ ต่างติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของนายวิทยา เนื่องจากได้ตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดเป็นอย่างดี และทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาลได้ ซึ่งหลังการผ่าตัดนายวิทยาปลอดภัย สามารถทักทายกับญาติได้ โดยพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

นายศุภวิทย์กล่าวต่อว่า แต่ปรากฏว่าคืนวันเดียวกันนั้นนายวิทยามีอาการวิกฤตจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่อาการไม่ดีขึ้นจนต้องขอยืมเครื่องพยุงปอดและหัวใจ (ECMO) มาจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งใช้ระยะเวลาขนย้ายเครื่องมาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงได้ใช้ในการช่วยเหลือชีวิต แต่ก็ต้องย้ายบิดาไปที่ห้องไอซียู ของโรงพยาบาลจุฬาฯในที่สุด จน 48 ชั่วโมงต่อมาทางทีมแพทย์ได้ยืนยันว่านายวิทยาสมองตาย จากนั้นในวันที่ 18 เมษายน 2565 บิดาก็จากไปอย่างสงบ หลังเสียชีวิตทางโรงพยาบาล B ได้เรียกทางครอบครัวเข้าไปพูดคุยและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด โดยแจ้งว่าทางโรงพยาบาลได้ทำตามขั้นตอนและมาตรฐานต่างๆ แล้ว

Advertisement

ลูกชายเสี่ยแหบเปิดเผยว่า ตนและญาติๆ ต่างติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนายวิทยา โดยมีข้อสงสัยหลายประการ คือ

1.การประเมินของทีมแพทย์ผ่าตัด ที่ให้ทำการผ่าตัดปอดทั้งสองข้างพร้อมกันได้ มีความถูกต้อง และได้เตรียมความพร้อมหลังผ่าตัดไว้แค่ไหน
​2.เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น และบิดาตนฟื้นแล้ว เกิดเหตุการณ์อะไร ที่ทำให้อยู่ในภาวะวิกฤตอีก จนถึงขั้นต้องทำการช่วยชีวิต (ทั้งที่ห้องไอซียู ต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ครบถ้วน)
​3.การช่วยชีวิตในห้องไอซียูของโรงพยาบาล B เป็นอย่างไร (การใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่งผลกระทบต่อปอดที่ทำการผ่าตัด จนปอดฉีก มีเลือดออก ถูกต้อง หรือสมควรหรือไม่) ทำให้สมองขาดออกซิเจน จนถึงขั้นวิกฤตหรือไม่​
​4.เมื่อมีอาการวิกฤตแล้ว และต้องใช้เครื่องพยุงปอดและหัวใจ (ECMO) แต่โรงพยาบาล B ต้องขอยืมและขนย้ายเครื่อง ECMO มาจากโรงพยาบาลจุฬา โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

“เหตุใดจึงไม่มีการเตรียม เครื่อง ECMO ไว้ที่ โรงพยาบาล B ตั้งแต่แรก และเครื่อง ECMO มาถึงช้าเกินไปหรือไม่ เเละเพราะอะไร จึงต้องรอเครื่อง ECMO ถึง 3 ชั่วโมง และเมื่อเครื่อง ECMO มาถึงแล้ว ทำไมต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯอีก ​ซึ่งหากไม่มีเครื่อง ECMO ที่โรงพยาบาล B ตั้งแต่แรก ควรผ่าตัดบิดาหรือไม่ ตามเหตุผลข้อเท็จจริง และข้อสงสัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมและครอบครัว จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรม ถึงเหตุจากการเสียชีวิตของบิดา ว่าเกิดจากความบกพร่อง หรือประมาทเลินเล่อของทางโรงพยาบาล B และผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร”

“​วันนี้ในฐานะตัวแทนครอบครัวศุภพรโอภาส และตัวแทน บริษัท เอ็กซ์เพรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จึงได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาล B และผู้เกี่ยวข้อง ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด ตัวการ ตัวแทน และเรียกค่าเสียหาย เป็นทุนทรัพย์ 191 ล้านบาทเศษ เพื่อให้ศาลพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป” นายศุภวิทย์ระบุ ​

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง