หอภาพยนตร์จารึกชื่อ นิภาพร นงนุช บนลานดารา ประทับรอยมือ-รอยเท้าเป็นดาวดวงที่ 209

18.07.26 | 19:35 น.

หอภาพยนตร์จารึกชื่อ นิภาพร นงนุช บนลานดารา ประทับรอยมือ-รอยเท้าเป็นดาวดวงที่ 209

นิภาพร นงนุช – เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม โป้ย นิภาพร นงนุช อดีตดาราหญิงชื่อดัง ได้ปรากฏตัวพบแฟนๆ อีกครั้ง หลังจากห่างหายจากวงการบันเทิงไปกว่า 40 ปี โดยในวันนี้ (18 กรกฎาคม) นิภาพร ได้เดินทางมาประทับรอยมือรอยเท้าเป็นดาวดวงที่ 209 บนลานดารา หอภาพยนตร์ ต่อจากตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ดาวดวงที่ 208

บรรยากาศภายในงาน มีการฉายผลงานเรื่องเด่น “ไร้เสน่หา” (2522) ของ นิภาพร ที่ได้ประชันบทบาทอันเข้มข้นกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง พิศมัย วิไลศักดิ์ ผู้ชนะรางวัลสุพรรณหงส์ในปีนั้น โดยหอภาพยนตร์ได้นำฟิล์มต้นฉบับมาสแกนภาพใหม่ เพื่อจัดฉายให้ชมในโปรแกรมนี้ พร้อมร่วมพูดคุยกับ ชนะ คราประยูร คนทำหนังผู้ปลุกปั้นและร่วมงานด้วยกันจำนวนมาก ก่อนที่ นิภาพร จะเข้าร่วมทำพิธีประทับรอยมือ-รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ 209 บนลานดารา หอภาพยนตร์ ท่ามกลางแฟนๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง

Advertisement

โดยทางเพจ หอภาพยนตร์ ได้โพสต์ภาพบรรยากาศ พร้อมระบุข้อความว่า

“เสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 นิภาพร นงนุช ได้มาประทับรอยมือรอยเท้าเป็นดาวดวงที่ 209 บนลานดารา หอภาพยนตร์ เปิดงานด้วยการจัดฉายภาพยนตร์ “ไร้เสน่หา” (2522) โดยเธอได้มาร่วมพูดคุยกับ ชนะ คราประยูร คนทำหนังผู้ปลุกปั้นและร่วมงานด้วยกันจำนวนมากหลังจบภาพยนตร์ พร้อมด้วยดาราและแฟน ๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้อย่างคับคั่งที่หอภาพยนตร์”

สำหรับ นิภาพร นงนุช เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2504 ที่กรุงเทพมหานคร หลังเรียนจบชั้นมัธยม เธอร่วมประกวดและได้ตำแหน่งรองมิสคิงคองในปี 2520 ช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง King Kong หรือ คิงคอง ’77 กำลังเข้าฉายในไทย ก่อนจะได้รับการชักชวนให้มาแสดงภาพยนตร์จาก ชนะ คราประยูร ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงในขณะนั้น มีผลงานเรื่องแรกคือ “15 หยก ๆ 16 ไม่หย่อน” ออกฉายในเดือนมกราคม 2521

จากเรื่องแรกนิภาพรได้ปักหลักในวงการหนังไทยอย่างรวดเร็ว ในปีดังกล่าวเธอมีภาพยนตร์ออกฉายอย่างต่อเนื่องและได้ร่วมงานกับคนทำหนังที่หลากหลาย ทั้ง ดอกดิน กัญญามาลย์ ใน “ไอ้ 8 นิ้ว” สนาน คราประยูร (พ่อของชนะ) ใน “เหนือกว่ารัก” เสนอ คราประยูร (ลูกชายอีกคนของสนาน) ใน “แตกหนุ่มแตกสาว” ชุมพร เทพพิทักษ์ ใน “นักสู้ภูธร” ฯลฯ รวมถึง หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล ผู้มอบบทนางเอกเต็มตัวเป็นครั้งแรกให้แก่เธอใน “วันเพ็ญ”

นับตั้งแต่นั้น นิภาพร นงนุช ก็มีภาพยนตร์ออกมาให้ชมอย่างต่อเนื่องหลายสิบเรื่อง เช่น “ขยะสงคราม” (2522) “คลื่นเสน่หา” (2523) “ทหารเรือมาแล้ว” (2524) “เจ้าสาวของอานนท์” (2525) “มายาพิศวาส” (2526) ฯลฯ ก่อนจะตัดสินใจอำลาวงการไปในปี 2528 แม้จะมีช่วงเวลาการแสดงไม่ถึงสิบปี แต่ก็นับเป็นหนึ่งในดาวที่โดดเด่นแห่งทศวรรษ 2520 และอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังไทย