ชาคริต เผย เรย์ แค่หลับไปไม่ได้เจ็บปวดทรมาน ภรรยา รับได้ใช้เวลากับลูกเต็มที่ 1 เดือน เชื่อ ลูกชายจะภูมิใจสิ่งที่พ่อทำ
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ นายชาคริต แย้มนาม และ นางสริญญา แมคโดนัลด์ หรือ “แหม่ม” ภรรยาของ “เรย์” ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิต โดยนายชาคริตเปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากทางญาติเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจ โดยเส้นเลือดหัวใจหลักทั้ง 3 เส้นมีภาวะตีบประมาณ 70-90% ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับ เรย์ จากไปอย่างสงบ โดยหลับไปและไม่ได้มีอาการเจ็บปวดหรือทรมาน โดยช่วงที่หลับยังมีการขยับร่างกายเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับลึกและจากไป
“ทุกอย่างในร่างกาย ทุกอย่างสุขภาพดี อวัยวะทุกอย่างดีหมด” ชาคริตกล่าว พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องหัวใจ ขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือปัญหาสุขภาพที่เห็นได้ชัด

นายชาคริตกล่าวต่อว่า เรย์ เป็นคนทำงานเต็มที่และพักผ่อนน้อย รวมถึงเป็นคนรักการเดินทาง เดินทางและทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว และมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินทางของเพื่อน ไปยังสถานที่ที่ดี
เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เรย์มีโอกาสได้พักผ่อนหรือไม่ ชาคริตกล่าวว่า เรย์มีช่วงพัก แต่ด้วยลักษณะงานและธรรมชาติของเรย์ที่เป็นคนเดินทางตลอดเวลา จึงมองว่าการเดินทางอาจถือเป็นการพักผ่อนในแบบของเขา เพราะเรย์เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจกับทุกสิ่งที่ทำ และทุกการเดินทางถือเป็นความสุขของเขา
ด้าน ภรรยาของเรย์เปิดเผยว่า เรย์เพิ่งได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังลูกปิดเทอม โดยก่อนหน้านี้ลูกเรียนซัมเมอร์ 1 เดือน และอีก 1 เดือนจึงหาเวลาไปเที่ยว ทำให้เรย์มีโอกาสใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งเตะฟุตบอลกับลูกและทำกิจกรรมร่วมกัน บอกรักกันทุกคืน และพร้อมจูบส่งเข้านอนเป็นประจำ ซึ่งทุกเช้าเรย์จะตื่นขึ้นมาส่งลูกในตอนเช้าเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันที่เกิดเหตุ เรย์ไม่ได้ตื่นขึ้นมา ซึ่งจากการดูกล้องวงจรปิดพบว่าเรย์มีการขยับตัวเหมือนหาท่านอนที่สบายก่อนที่จะนิ่งไปและหลับลึกลงไปในที่สุด ส่วนคืนก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีภาวะอะไรที่ผิดปกติ เห็นเพียงแค่ลงมานั่งดูโทรทัศน์ก่อนที่จะค่อยๆ ล้มตัวลงนอน
ภรรยายังบอกอีกว่า ช่วงเวลาดังกล่าวผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าครอบครัวจะพบว่าเรย์จากไป โดยภาพจากกล้องเป็นช่วงหลังเที่ยงคืน และเกือบ 01.00 น. ก่อนที่ครอบครัวจะเข้านอนและลงมาส่งลูกตามปกติในเวลาประมาณ 06.30 น. เมื่อกลับมาพบเรย์อีกครั้งก็พบว่าเรจากไปแล้ว แหม่มยอมรับว่าคิดว่าเรย์แกล้งหลับ เพราะเรย์เป็นคนชอบแกล้ง และมักแกล้งหลับเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ครอบครัวจะลงมากินอาหารเช้าด้วยกัน และเรย์จะมาส่งลูกที่หน้าบ้าน

นายชาคริตกล่าวเสริมว่า จากภาพที่เห็น เรย์ยังมีการขยับตัวเพื่อปรับท่านอนเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับสนิท และจากไปในช่วงที่หลับแล้ว โดยไม่มีภาวะฉุกเฉินหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น จึงเชื่อว่าเรย์หลับไปโดยไม่เจ็บปวดหรือทรมาน
ส่วนอาการผิดปกติก่อนเกิดเหตุ ทั้งนายชาคริตและนางสริญญายืนยันว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยนางสริญญาระบุว่า เรย์ไม่เคยบอกว่ามีอาการอะไร ขณะที่ชาคริตกล่าวว่า ในคืนดังกล่าวเรย์เพียงลงมานั่งดูโทรทัศน์ ก่อนจะรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยและตัดสินใจลงไปนอน
เมื่อถามถึงการตรวจสุขภาพ นางแหม่มกล่าวว่า เรย์เป็นคนค่อนข้างดื้อและกลัวหมอ ไม่ค่อยชอบไปพบแพทย์ หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดฟัน ก็ต้องพาไปหรือบังคับให้ไป บางครั้งต้องใช้วิธีหลอกพาไป เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยอยากพบหมอ

นางสริญญายังกล่าวถึงกำลังใจจากเพื่อนๆ และคนในวงการบันเทิงว่า หลังเกิดเหตุได้รับข้อความและสายโทรศัพท์จำนวนมาก โดยมีสายโทรเข้ามากกว่า 1,000 สาย รวมถึงข้อความทางไลน์จำนวนมาก จนไม่สามารถรับสายได้ทั้งหมด ต้องวางโทรศัพท์และให้น้องทีมงานช่วยกันดูแล เนื่องจากมีผู้คนจากทุกฝ่ายที่รักและผูกพันกับเรย์เป็นจำนวนมาก พร้อมขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ และเชื่อว่าลูกของเราจะรู้สึกภูมิใจกับผลงานที่พ่อสร้างเอาไว้
ส่วนเรื่องงานที่เรายังมีภาระและพูดคุยกับลูกค้าไว้ นางแหม่มเปิดเผยว่า เพื่อนๆ มีความตั้งใจที่จะสานต่องานที่เรย์รับผิดชอบเอาไว้ โดยบางงานอาจให้ “พุฒ” และ “ต้า” เดินหน้าต่อไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามแต่รายละเอียดเรื่องงานอาจจะมีการคุยกันภายหลัง
ด้านนายชาคริตกล่าวว่า เรื่องงานหลังจากนี้ทุกคนตั้งใจว่าจะเดินหน้าต่อ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายชาคริตมีอะไรอยากฝากถึงเพื่อนรักหรือไม่ นายชาคริตไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะมีอาการโศกเศร้าพร้อมน้ำตาคลอ




