หน้าแรก ต่างประเทศ รัศม์ อัดแรง ...

รัศม์ อัดแรง ปม ดอน จัดประชุมกลุ่มเพื่อนเมียนมา 18-19 มิ.ย.นี้

19.06.23 | 12:01 น.

รัศม์ อัดแรง ‘ไม่เคารพมติผู้นำอาเซียน-ทำลายผลประโยชน์ ปท.’  ปม ดอนจัดประชุมกลุ่มเพื่อนเมียนมา 18-19 มิ.ย.นี้


เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูต เจ้าของเพจ “ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns” โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ จัดประชุมกลุ่มเพื่อนเมียนมาในวันที่ 18-19 มิถุนายนนี้ โดยระบุว่า ประมาณเขาด่าว่าทั้งบ้าและเสือก

โดยไม่ได้หารือกับใครก่อน ไม่ได้มีหน้าที่กงการอะไรโดยตรง เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ประธานอาเซียนตามวาระ แถมขณะนี้สถานะของรัฐบาลก็เป็นเพียงแค่รักษาการ จู่ๆ รมว.กต.ไทยก็เที่ยวส่งจดหมายเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนให้มาร่วมการประชุมเรื่องปัญหาพม่า โดยเจ้ากี้เจ้าการให้รัฐมนตรีต่างประเทศของเผด็จการทหารพม่ามาร่วมด้วย ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้

Advertisement

ทางรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียมีจดหมายตอบปฏิเสธทันควัน โดยบอกว่าสิ่งที่ไทยเสนอนั้นขัดกับสิ่งที่ผู้นำอาเซียนได้เคยยืนยันตกลงกันไว้ว่าจะไม่ติดต่อข้องเกี่ยวกับผู้นำทหารพม่า ซึ่งการหารือล่าสุดเพิ่งมีขึ้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 42 เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง และเป็นนัยว่าเหตุผลที่ไทยยกมาอ้างนั้น ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน

ในจดหมายยังบอกด้วยว่าขณะนี้ทางสำนักงานผู้แทนพิเศษที่มีหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้กำลังติดต่อกับทุกฝ่ายในพม่าเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้อยู่ และไทยเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนจะจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้

คือจะบอกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของไทย

ถ้าจะแปลกันง่ายๆ ภาษาชาวบ้านนี่คือการตบหน้าและเขาด่ากลับมาว่าทั้งบ้าและเสือกนั่นแหละ

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือที่ไทยทำอยู่นี้เท่ากับการไม่เคารพมติที่เหล่าผู้นำอาเซียนเขาตกลงกันไว้ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างความแตกแยกและบ่อนทำลายความเป็นเอกภาพของอาเซียน ทั้งที่เอกภาพของอาเซียนนั้นถือเป็นนโยบายต่างประเทศหลักของไทยเสมอมา เพราะอาเซียนนับเป็นสิ่งที่คอยปกป้องและเสริมสร้างผลประโยชน์ประเทศชาติเรา ไม่ว่าด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและการเมือง

ดังนั้นการกระทำเช่นนี้ย่อมถือเป็นการทำลายผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราเองอีกด้วย

มันยากที่เข้าใจว่าผู้รับผิดชอบด้านการต่างประเทศไทยคิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ทำแล้วประเทศชาติจะได้อะไรกับการไปโอบอุ้มเผด็จการทหารพม่าที่ทั้งโลกเขาชิงชัง นอกจากจะทำให้ไทยต้องเปรอะเปื้อนไปด้วย

(เรื่องมีพรมแดนติดกันยาวอะไรนั่นเลิกพูดเถิดครับ ถ้าเราปล่อยให้ทหารพม่าเอาเครื่องบินรบบินเข้ามาได้เป็นหลายกิโลเมตร รวมทั้งการยิงถล่มเข้ามาในเขตไทยโดยที่เราไม่เคยประท้วงในระดับเวทีสหประชาชาติเลย)

และที่โดนคนอื่นเขาด่ากลับแรงๆ ขนาดนี้แล้วจะรู้สึกตัวบ้างไหมก็ไม่รู้ เรื่องความอายดูเหมือนไม่เคยมีมานานแล้ว

ได้แต่หวังว่าเราจะมีรัฐบาลใหม่ฝ่ายประชาธิปไตยโดยเร็ววัน เพื่อไม่ให้ประเทศชาติตกต่ำและผลประโยชน์ของประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้

อ่าน :