หน้าแรก ต่างประเทศ ย้อนอ่าน &#82...

ย้อนอ่าน “ฮามาสแห่งฉนวนกาซา” จาก “โกวิท วงศ์สุรวัฒน์”

8.10.23 | 15:33 น.

ย้อนอ่าน “ฮามาสแห่งฉนวนกาซา” จาก “โกวิท วงศ์สุรวัฒน์”

ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มฮามาส กับอิสราเอล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 จากการที่กลุ่มฮามาส ยิงจรวดหลายสิบลูกถูกยิงจากฉนวนกาซา ที่ถูกปิดล้อม มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล จนขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้วจำนวนมาก (อ่านข่าว ‘อิสราเอล’ เดือด ประกาศภาวะสงคราม หลัง ‘ฮามาส’ กร้าว ยิงจรวด 5,000 ลูกถล่ม)

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ได้เคยเขียนบทความเรื่อง “ฮามาสแห่งฉนวนกาซา” เอาไว้ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มฮามาส และฉนวนกาซาเอาไว้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ดังนี้

ฉนวนกาซา คือ ดินแดนที่มีบริเวณแคบๆ ราว 360 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในตะวันออกกลาง อาณาเขตทางตะวันตกเฉียงใต้ติดกับอียิปต์ ทางเหนือ และตะวันออกติดกับประเทศอิสราเอล ทางตะวันตกติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งพื้นที่นี้ถูกกำหนดขึ้นจากข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์ หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2492 ให้เป็นเขตกันชนระหว่างประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นชาติอาหรับกับประเทศอิสราเอล ซึ่งเพิ่งได้สถาปนาขึ้นอย่างสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2491 นั่นเอง (73 ปีที่ผ่านมา)

หลัง พ.ศ.2491 ฉนวนกาซาถูกปกครองโดยอียิปต์ แต่อียิปต์ก็ไม่ได้ผนวกรวมเอาฉนวนกาซาเป็นของอียิปต์ จนกระทั่งอิสราเอลชนะสงครามหกวันใน พ.ศ.2510 ฉนวนกาซาเป็นหนึ่งในดินแดนที่อิสราเอลเข้ายึดครอง แต่อิสราเอล และปาเลสไตน์ ได้ตกลงทำสนธิสัญญาออสโลร่วมกันใน พ.ศ.2536 ซึ่งอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์มีอำนาจในการปกครองตัวเอง (อย่างจำกัด) ในเขตฉนวนกาซาเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาถึง 3 ใน 4 เป็นผู้อพยพลี้ภัยที่อาศัยอยู่ตามแคมป์ที่สหประชาชาติจัดไว้ให้ ส่วนใหญ่ของผู้ลี้ภัยเหล่านี้เกิดในพื้นที่ฉนวนกาซา แต่ก็มีบางส่วนที่อพยพมาตั้งแต่หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรก

Advertisement

ในทางภูมิศาสตร์แล้ว ฉนวนกาซาถือเป็นดินแดนของปาเลสไตน์ โดยอิสราเอลได้ถอนทหารออกจากฉนวนกาซาไปเมื่อ พ.ศ.2546 แต่อิสราเอลยังควบคุมการเข้าออกฉนวนกาซาทั้งทางน้ำและทางอากาศทำนองว่า อิสราเอลได้ปิดล้อมฉนวนกาซานี้มีเป้าหมาย เพื่อต้องการโดดเดี่ยวฉนวนกาซาให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซามีปัญหาความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ จำกัดการนำเข้าอาหารการกิน ยารักษาโรค วัสดุก่อสร้าง และสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ด่านพรมแดนต่างๆ ทั้งที่บริเวณพรมแดนที่จะข้ามไปอียิปต์ และอิสราเอลก็ถูกปิด สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเปรียบเสมือนถูกลงโทษอยู่ในคุกเปิด เหตุที่ทำให้ฉนวนกาซาต้องรับกรรมเช่นนี้ก็เนื่องจากมีกลุ่มฮามาสที่ฝังรากลึก และปกครองฉนวนกาซาอยู่นั่นเอง

กลุ่มฮามาส คือ กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ที่ใหญ่ที่สุดได้ทำการปกครองเหนือดินแดนฉนวนกาซา ชื่อของฮามาสในภาษาอาหรับแปลว่า ขวัญกำลังใจ เป็นคำย่อของ “ขบวนการอิสลามที่มีใจในการต่อต้าน” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2530 หลังเกิดการลุกฮือครั้งแรกของชาวปาเลสไตน์ เพื่อต่อต้านการครอบครองเขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซาของอิสราเอลตั้งแต่แรกเริ่ม

กลุ่มฮามาสมีเป้าประสงค์ใน 2 ภารกิจ คือ 1) ฮามาสเป็นกองกำลังติดอาวุธเพื่อสู้กับอิสราเอล โดยธรรมนูญของกลุ่มฮามาสที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2531 โดยให้คำนิยามว่า ดินแดนประวัติศาสตร์ของปาเลสไตน์ ซึ่งรวมถึงอิสราเอลในปัจจุบัน คือเป็นดินแดนของอิสลาม และกลุ่มฮามาสจะไม่มีทางมีสันติภาพถาวรกับรัฐยิวอิสราเอลโดยเด็ดขาด และ 2) กลุ่มฮามาสจะจัดทำโครงการสวัสดิการสังคมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์นับตั้งแต่ พ.ศ. 2548 ที่อิสราเอลถอนทหาร และการตั้งถิ่นฐานชาวยิวออกจากฉนวนกาซา
กลุ่มฮามาสจึงได้เข้ามาร่วมในกระบวนการทางการเมืองของปาเลสไตน์มากขึ้น โดยสามารถชนะการเลือกตั้งเพื่อส่งสมาชิกเข้าสู่สภานิติบัญญัติของประเทศปาเลสไตน์ (คือดินแดนเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา) ด้วย ก่อนที่จะสามารถกระชับอำนาจในฉนวนกาซาได้มากขึ้นอีก ด้วยการขับขบวนการฟาตาห์ ของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส แห่งพรรคฟาตาห์ที่มีกำลังหลักอยู่ที่เขตเวสต์แบงก์ออกไปจากฉนวนกาซาอีกด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มฮามาสยังเป็นกลุ่มปาเลสไตน์หลักที่ต่อต้านข้อตกลงสันติภาพในช่วง พ.ศ.2533 ระหว่างอิสราเอลกับองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หรือ PLO ซึ่งเป็นองค์กรหลักของชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ที่ตั้งมั่นอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ด้วย

ใน พ.ศ.2539 กลุ่มฮามาสก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิตเกือบ 60 คน ทำให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการสังหาร นายยาห์ยา ไอยยาช ผู้ผลิตระเบิดของกลุ่มฮามาส เหตุขัดแย้ง
ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพ และทำให้ เบนจามิน เนทันยาฮู นักการเมืองผู้มี
นโยบายขยายอำนาจของอิสราเอลเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ (คือ เขตที่รวมนครเยรูซาเลมส่วนตะวันออกที่มีจำนวนประชากรกว่าร้อยละ 80 หรือประมาณ 2 ล้านคน เป็นชาวอาหรับปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์) ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลในปีนั้นเอง จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ และทำให้อิสราเอลสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ พากันขึ้นบัญชีให้กลุ่มฮามาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย เพราะการไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างของอิสราเอล โดยต่อสู้ทุกวิถีทางของกลุ่มฮามาสนั่นเอง

อ่าน ฉบับเต็ม“ฮามาสแห่งฉนวนกาซา”  ได้ที่นี่ https://www.matichon.co.th/politics/news_2728756