ชอกช้ำ สาวจีนที่ถูกสามีผลักตกหน้าผาในไทย เคราะห์ซ้ำ เจอเรียกค่าชดเชยหย่า 140 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า หญิงที่รอดชีวิตจากการถูกสามีผลักตกหน้าผาที่เมืองจีน กำลังเผชิญกับการฟ้องหย่า หลังจากที่ชายอดีตคนรัก เคยพยายามฆ่าเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งเขาเรียกร้องเงิน 30 ล้านหยวน หรือ 140 ล้านบาท ในการหย่าครั้งนี้
หยู เสี่ยวตง สามีของเธอ วัย 38 ปี กำลังเรียกร้องค่าชดเชย สำหรับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการสูญเสียทางอารมณ์และช่วงเวลาวัยเยาว์ ในขณะที่การจำคุกของเขาในประเทศไทย ทำให้กระบวนการยุติธรรมของจีนมีความซับซ้อน
หยู ถูกศาลไทยตัดสินจำคุก 33 ปี 4 เดือน ภายหลังการพิจารณาคดีครั้งที่ 3 เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
- 5 ปียังไม่สาย นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มช่วยเหลือพลัดตกหน้าผา เมื่อปี พ.ศ.2562
- คดีพลิก!ภรรยาขอให้การใหม่ ที่แท้สามีชาวจีน ผลักร่วงหน้าผา หวังทรัพย์สมบัติ
- สามีชาวจีนผลักเมียตกหน้าผา สีหน้าเรียบเฉย ฝากขังศาลอุบลฯ ค้านประกันตัว หวั่นหลบหนี
หวังหนัน วัย 37 ปี หรือ ที่โลกออนไลน์รู้จักในชื่อ หวัง นวลนวล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนที่หยูผลักเธอตกจากหน้าผา 34 เมตร ที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในเมืองไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2562
ในขณะนั้น หวัง ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ กระดูกหัก 17 ท่อน และต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ เย็บกว่า 200 เข็ม น่าเศร้าที่เธอสูญเสียลูกในครรภ์และแพทย์ระบุว่าเธออาจจะไม่สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้อีกเลย
เร็วๆนี้ เธอเปิดเผยว่า การแต่งงานของเธอกับสามีของเธอ ยังคงเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากเธอต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการหย่าร้าง เธอบอกว่า หยู กำลังเรียกร้องเงิน 30 ล้านหยวน เพื่อชดเชยสิ่งที่อ้างว่าเป็นการ “สูญเสียอารมณ์และชีวิตวัยเยาว์”
“หยูและแม่ของเขา โต้แย้งว่าเงินจำนวนนี้มีไว้เพื่อชดเชยความทุกข์ทรมานทางจิตใจของเขา แม่ของเขาถึงกับตำหนิฉันว่า ถ้าธุรกิจของคุณไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มันคงไม่ล่อลวงลูกชายฉันให้ทำพลาดแบบนี้”

เดือนกันยายน หวังประกาศการเกิดของลูกชายของเธอ ซึ่งตั้งครรภ์โดยปฏิสนธินอกร่างกาย อย่างไรก็ตาม เธอสังเกตว่า การจดทะเบียนของลูกเธอต้องระบุชื่อ หยู เป็นพ่อเท่านั้น เพราะยังแต่งงานกันตามกฎหมาย
ทั้งนี้ กฎหมายการสมรสของจีนที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องปรากฏตัวในศาลด้วยตนเอง และความยุ่งยากที่เกิดจากการคุมขังข้ามพรมแดนในกระบวนการทางศาล

การพิจารณาคดีในศาลทุกครั้งจำเป็นต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องมาปรากฏตัวอยู่ด้วย หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกคุมขัง อาจจำเป็นต้องมีทนายความหรือผู้รับรองเอกสารในท้องถิ่นมาเยี่ยมเรือนจำเพื่อรับรองเอกสาร จากนั้นเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งไปยังศาลจีนผ่านช่องทางการทูต
สถานการณ์ที่เธอเผชิญ นำมาซึ่งการถกเถียงเรื่องกฎหมายอย่างมากในโซเชียลมีเดีย โดยมีรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ขอค่าชดเชยหลังมีคนพยายามฆ่าหรอ มีคนไร้ยางอายขนาดนี้ได้อย่างไร” บ้างก็ว่า “พ่อแม่เป็นตัวกำหนดลูกที่พวกเขาเลี้ยงดู” และอีกรายก็ว่า “กฎหมายต้องได้รับการปฏิรูป ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมานจากช่องโหว่ของกฎหมายอีกต่อไป”


