หน้าแรก ต่างประเทศ ชอกช้ำ สาวจีน...

ชอกช้ำ สาวจีนที่ถูกสามีผลักตกหน้าผาในไทย เคราะห์ซ้ำ เจอเรียกค่าชดเชยหย่า 140 ล้านบาท

6.12.24 | 18:04 น.

ชอกช้ำ สาวจีนที่ถูกสามีผลักตกหน้าผาในไทย เคราะห์ซ้ำ เจอเรียกค่าชดเชยหย่า 140 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า หญิงที่รอดชีวิตจากการถูกสามีผลักตกหน้าผาที่เมืองจีน กำลังเผชิญกับการฟ้องหย่า หลังจากที่ชายอดีตคนรัก เคยพยายามฆ่าเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งเขาเรียกร้องเงิน 30 ล้านหยวน หรือ 140 ล้านบาท ในการหย่าครั้งนี้

หยู เสี่ยวตง สามีของเธอ วัย 38 ปี กำลังเรียกร้องค่าชดเชย สำหรับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการสูญเสียทางอารมณ์และช่วงเวลาวัยเยาว์ ในขณะที่การจำคุกของเขาในประเทศไทย ทำให้กระบวนการยุติธรรมของจีนมีความซับซ้อน

หยู ถูกศาลไทยตัดสินจำคุก 33 ปี 4 เดือน ภายหลังการพิจารณาคดีครั้งที่ 3 เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

Advertisement

หวังหนัน วัย 37 ปี หรือ ที่โลกออนไลน์รู้จักในชื่อ หวัง นวลนวล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนที่หยูผลักเธอตกจากหน้าผา 34 เมตร ที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในเมืองไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2562

ในขณะนั้น หวัง ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ กระดูกหัก 17 ท่อน และต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ เย็บกว่า 200 เข็ม น่าเศร้าที่เธอสูญเสียลูกในครรภ์และแพทย์ระบุว่าเธออาจจะไม่สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้อีกเลย

เร็วๆนี้ เธอเปิดเผยว่า การแต่งงานของเธอกับสามีของเธอ ยังคงเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากเธอต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการหย่าร้าง เธอบอกว่า หยู กำลังเรียกร้องเงิน 30 ล้านหยวน เพื่อชดเชยสิ่งที่อ้างว่าเป็นการ “สูญเสียอารมณ์และชีวิตวัยเยาว์”

“หยูและแม่ของเขา โต้แย้งว่าเงินจำนวนนี้มีไว้เพื่อชดเชยความทุกข์ทรมานทางจิตใจของเขา แม่ของเขาถึงกับตำหนิฉันว่า ถ้าธุรกิจของคุณไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มันคงไม่ล่อลวงลูกชายฉันให้ทำพลาดแบบนี้”

เดือนกันยายน หวังประกาศการเกิดของลูกชายของเธอ ซึ่งตั้งครรภ์โดยปฏิสนธินอกร่างกาย อย่างไรก็ตาม เธอสังเกตว่า การจดทะเบียนของลูกเธอต้องระบุชื่อ หยู เป็นพ่อเท่านั้น เพราะยังแต่งงานกันตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กฎหมายการสมรสของจีนที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องปรากฏตัวในศาลด้วยตนเอง และความยุ่งยากที่เกิดจากการคุมขังข้ามพรมแดนในกระบวนการทางศาล

การพิจารณาคดีในศาลทุกครั้งจำเป็นต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องมาปรากฏตัวอยู่ด้วย หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกคุมขัง อาจจำเป็นต้องมีทนายความหรือผู้รับรองเอกสารในท้องถิ่นมาเยี่ยมเรือนจำเพื่อรับรองเอกสาร จากนั้นเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งไปยังศาลจีนผ่านช่องทางการทูต

สถานการณ์ที่เธอเผชิญ นำมาซึ่งการถกเถียงเรื่องกฎหมายอย่างมากในโซเชียลมีเดีย โดยมีรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ขอค่าชดเชยหลังมีคนพยายามฆ่าหรอ มีคนไร้ยางอายขนาดนี้ได้อย่างไร” บ้างก็ว่า “พ่อแม่เป็นตัวกำหนดลูกที่พวกเขาเลี้ยงดู” และอีกรายก็ว่า “กฎหมายต้องได้รับการปฏิรูป ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมานจากช่องโหว่ของกฎหมายอีกต่อไป”