ยูเอ็น ยินดี ไทยมุ่งมั่นปฏิบัติตามหลักการ คดี พลทหารถูกครูฝึกซ้อมเสียชีวิต
จากกรณี พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัดหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส มีอาการสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหาก ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
โดยศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีคำพิพากษาชั้นต้นตัดสินจำคุก ครูฝึกคนที่ 1 ที่ทำร้ายร่างกายอยู่กับผู้ตายคนสุดท้าย 20 ปี ครูฝึกคนที่ 2 จำคุก 15 ปี พลทหารรุ่นพี่ 11 คน ที่เป็นผู้ช่วยครูฝึก จำคุกคนละ 10 ปี ถือเป็นคดีแรกหลังจากกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย บังคับใช้
ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Office (OHCHR)) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า เรายินดีที่ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามหลักการแห่งความรับผิดรับชอบ (accountability) ความยุติธรรม และพันธกรณีทางกฎหมายในการต่อต้านการทรมานจากกรณีการเสียชีวิตของ พลทหารวรปรัชญ์ ปัทมสกุล เมื่อปี 2567
คำพิพากษานี้ นับเป็นคดีแรกภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเดินหน้าขจัดการทรมานและธำรงไว้ซึ่งสิทธิของผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง

