หน้าแรก การเมือง ศาลสั่งจำคุก ...

ศาลสั่งจำคุก 2 ครูฝึก-ทหารรุ่นพี่ 11 คน ซ้อมทหารเกณฑ์วัย 18 จนเสียชีวิต หนักสุด 20 ปี

27.05.25 | 14:26 น.

ศาลสั่งจำคุก 2 ครูฝึก-ทหารรุ่นพี่ 11 คน ซ้อมทหารเกณฑ์วัย 18 จนเสียชีวิต หนักสุด 20 ปี

จากกรณี พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัดหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส มีอาการสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหาก ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะที่หน่วยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งผลการสอบสวนมีผู้กระทำความผิด 13 คน และหน่วยได้ลงทัณฑ์ทางวินัยทั้งผู้ที่กระทำผิดและผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น ในฐานะที่บกพร่องในการกำกับดูแล

ล่าสุด วันที่ 27 พฤษภาคม มีรายงานว่า ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีคำพิพากษาชั้นต้นตัดสินจำคุก ครูฝึกคนที่ 1 ที่ทำร้ายร่างกายอยู่กับผู้ตายคนสุดท้าย 20 ปี ครูฝึกคนที่ 2 จำคุก 15 ปี พลทหารรุ่นพี่ 11 คน ที่เป็นผู้ช่วยครูฝึก จำคุกคนละ 10 ปี ถือเป็นคดีแรกหลังจากกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย บังคับใช้

ทนายเกิดผล แก้วเกิด เปิดเผยรายละเอียดคดีว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้อ่านคำพิพากษา โดยสรุป เนื้อความ ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นครูฝึกทหารใหม่ ของค่ายนวมินทร์ โดยมีจำเลยที่ 3 ถึง 13 เป็นทหารเกณฑ์และได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้ช่วยครูฝึกทหารเกณฑ์ร่วมกันทำร้าย ผู้ตาย หลายครั้ง หลายเวลา ต่างกรรมต่างวาระ อย่างทารุณโหดร้าย จน ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อ เนื่องจากพยานส่วนใหญ่เป็นทหารใหม่และเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายนวมินทร์ที่จำเลยทั้ง 13 สังกัดอยู่ และเห็นเหตุการณ์ซึ่งถือว่าเป็นประจักษ์พยานโดยตลอด หากไม่เป็นความจริง พยานซึ่งเป็นทหารเกณฑ์และเป็นทหารใหม่ก็คงไม่กล้าใส่ความหรือใส่ร้ายป้ายสีทั้งไม่มีสาเหตุโกรธเครื่องกับจำเลยทั้ง 13 แต่อย่างใด

Advertisement

นอกจากนั้น คำให้การ ของจำเลย ทั้ง 13 ก็ยังมีพิรุธสงสัย และมีการต่อสู้โดยปฏิเสธลอยๆ ทั้งๆที่ ในชั้นพัฒนาสอบสวนเมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่า จำเลยทั้ง 13 เรื่องการทำร้ายร่างกาย พลทหาร ให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยทั้ง 13 ให้การรับสารภาพ โดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ แต่ต่อมาภายหลังจากที่พลทหารเสียชีวิต เมื่อพนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา เพิ่มเติม เป็นข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้ง 13 ก็ให้การปฏิเสธลอยๆ โดยไม่ให้รายละเอียด

ซึ่งในทางพิจารณาคดี พยานหลักฐานของโจทก์และของจำเลยก็รับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 13 ได้มีส่วนร่วมกันกระทำความผิดจริงตามฟ้อง เพียงแต่ต่างคนต่างทำ แต่ระยะเวลาและสถานที่ชัดเจนที่สุดว่าพลทหารเสียชีวิตในเวลาต่อมาเกิดจากการกระทำรุนแรงของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นครูฝึกได้ใช้ไม้ ทำร้ายโดยการทุบตี พลทหารจนถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

ศาลจึงมีคำพิพากษา ว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้ง 13 มีความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ 2565 มาตรา 5 และมาตรา 35 วรรค 3

พิพากษา
จำคุก จำเลยที่ 1 20 ปี
จำคุกจำเลยที่ 2 15 ปี
จำคุกจำเลยที่ 3 ถึง 13 คนละ 10 ปี

ในส่วนของพ่อแม่พลทหารที่เสียชีวิตยังติดใจคำพิพากษาเห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโทษน้อยเกินกว่าที่กระทำ ควรได้รับโทษมากกว่านี้ และจะได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป
ในส่วนคดีแพ่ง หลังคัดคำพิพากษาได้แล้วผมจะยื่นฟ้องกองทัพบกเป็นจำเลยเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนให้กับพ่อแม่ของน้อง ตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร ส.ส. โพสต์ข้อความว่า ขอบคุณผู้พิพากษาและกระทรวงยุติธรรม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย ผู้เสียหาย หรือผู้ถูกกระทำสามารถยื่นขอรับเงินเยียวยาจำนวนเงิน 500,000 บาท จากกระทรวงยุติธรรม

ผู้ปกครองจะยื่นฟ้องคดีแพ่ง กับกองทัพบก กระทรวงกลาโหม เรียกค่าเสียหายต่อไป เป็นอีกหนึ่งกรณีการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ในค่ายทหารที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง