ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอังคาร(25 ส.ค.) ทางบริษัทกำลังพิจารณาที่จะสร้างโรงงานประกอบรถแห่งใหม่ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริดเพิ่มขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการผลิตและการขายใหม่ ภายหลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท
โดยโฆษกของฮอนด้า กล่าวว่า เป็นความจริงที่บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย และว่า การตัดสินใจเรื่องการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่รัฐบาลสหรัฐต้องการจะทบทวนแก้ไข
ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า ฮอนด้ามีแผนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า และตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการผลิตภายในปี 2030 โดยบริษัทกำลังพิจารณาที่จะผลิตรถยนต์อเนกประสงค์(SUV) ระบบไฮบริด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูง
ปัจจุบัน ฮอนด้า มองว่าการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มรถไฮบริด เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์บริษัท โดยฮอนด้ามีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 15 รุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือภายในปีงบประมาณ 2029
ทั้งนี้ ฮอนด้าได้สร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมถึงแคนาดาและเม็กซิโก และอาจมีการทบทวนแผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาดังกล่าว
ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดจากแคนาดาเพิ่มขึ้นในอัตรา 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะกดดันให้แคนาดายอมผ่อนปรนท่าทีให้กับสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์การตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีระหว่างทั้งสองประเทศที่ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด



