ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง อนุญาตให้ทำเนียบขาวดำเนินโครงการก่อสร้างห้องบอลรูม หรือห้องจัดเลี้ยง มีมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,282 ล้านบาท ที่ทำเนียบขาวต่อไปได้ ในขณะที่คดีความกำลังดำเนินอยู่ ซึ่งคำตัดสินครั้งนี้นับเป็นชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแสดงอำนาจบริหารอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
คำตัดสินนี้ถือเป็นการแทนที่คำสั่งชั่วคราวที่ออกมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ไม่นานก่อนที่คำสั่งระงับการก่อสร้างตามคำสั่งศาลชั้นต้นจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งคำสั่งชั่วคราวนั้นลงนามโดยนายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุด ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลการอุทธรณ์จากวอชิงตัน อย่างไรก็ดี ประธานศาลสูงสุดก็ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินล่าสุดเช่นเดียวกับผู้พิพากษาอีก 3 คนที่เอนเอียงไปทางฝ่ายเสรีนิยม โดยเขาเขียนคำคัดค้านอย่างหนักแน่นว่า โครงการนี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้การอนุมัติจากสภาคองเกรส
ในทางกลับกันเสียงส่วนใหญ่ที่โหวตเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงต่อไปเห็นว่าองค์การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ(National Trust for Historic Preservation) ซึ่งเป็นผู้ร้องคัดค้าน ไม่น่าจะมีสิทธิตามกฎหมายในการคัดค้านโครงการดังกล่าว
ทรัมป์ได้แสดงความชื่นชมต่อคำตัดสินครั้งนี้ของศาลสูงสุด โดยระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ผมยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ศาลสูงสุดสหรัฐเพิ่งมีคำตัดสินให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ Ballroom/Military Complex ต่อไปได้โดยปราศจากเงื่อนไข ข้อกังขา หรือข้อข่มขู่ใดๆ เพิ่มเติม”
ขณะที่นายเบรนท์ เลกส์ ประธานและซีอีโอขององค์กรอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ทางกลุ่มรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ก็พอใจกับความเห็นแย้งของประธานศาลสูงสุด
“นี่ไม่ใช่คำตัดสินชี้ขาดในเนื้อหาสาระของคดี และยังไม่ได้ข้อยุติในประเด็นข้อโต้แย้งหลักของเราที่ว่า ประธานาธิบดีแต่ละท่านเปรียบเสมือนผู้ดูแลรักษาทำเนียบขาวเพียงชั่วคราวเท่านั้น และไม่มีอำนาจตัดสินใจโดยลำพังที่จะรื้อถอนหรือออกแบบอาคารใหม่โดยปราศจากการอนุมัติจากสภาคองเกรส”
ทั้งนี้คำสั่งของคณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากไม่ได้ตัดสินโดยตรงในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของโครงการนี้และคดีจะถูกส่งกลับไปยังศาลชั้นต้น



